
สินมั่นคงคึกดันกำไรโต37%
สวนทางค่าสินไหมค่าซ่อมพุ่งอินทรประกันยังขาดทุนบักโกรก
สวนทางค่าสินไหมค่าซ่อมพุ่งอินทรประกันยังขาดทุนบักโกรก
ประกันรายใหญ่ยิ้มรับ สินมั่นคงกำไรพุ่ง 627 ล้านบาท ส่วนรายเล็กอินทรประกันยังขาดทุนอ่วม
นายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา 627 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 172 ล้านบาท หรือ 37% เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีกำไร 455 ล้านบาท ทำให้คณะกรรมการมีมติจ่ายปันผลเป็นเงินสด 11 บาทต่อหุ้น
ทั้งนี้ มีเบี้ยที่เป็นรายได้สุทธิ 7,152 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% มีค่าใช้จ่ายจากการรับประกันรวม 6,840 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทน 4,321 ล้านบาท ได้เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 17% เนื่องจากค่าแรงการซ่อมรถเพิ่มสูงขึ้น และอัตราสินไหมในส่วนของรถบรรทุกเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน จึงทำให้กำไรจากการรับประกันภัยได้ 402 ล้านบาท ลดลง 19%
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้จากการลงทุน 307 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% มีกำไรจากเงินลงทุน 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% อีกทั้งค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลก็ลดลงจาก 322 ล้านบาท จากปีก่อนมาอยู่ที่ 215 ล้านบาท เนื่องจากมีการเปลี่ยนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% ในปี 2554 มาอยู่ที่ 23%ในปี 2555 จึงทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 627 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวนเงิน 171.32 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 37.59
นายสุชาติ ไตรศิริเวทวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อินทรประกันภัย กล่าวว่า ส่วนบริษัทในปีที่ผ่านมามีผลขาดทุน 63 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสะสมยกมาอีก 58 ล้านบาท รวมผลขาดทุนสะสม ณ สิ้นปี 2555 จำนวน 121 ล้านบาท คณะกรรมการจึงมีมติให้งดจ่ายเงินปันผล
ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาบริษัทมีผลขาดทุนจากการรับประกันเพิ่มขึ้น 42 ล้านบาท หรือ 96% เป็น 87 ล้านบาท แม้รายได้จากการรับประกันภัยจะเพิ่มขึ้น 21 ล้านบาท หรือ 4.7% เป็น 470 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยก็เพิ่มขึ้นมากและมีจำนวนรวมสูงกว่ารายได้เพิ่มขึ้น 64 ล้านบาท หรือ 12.97% เป็น 558 ล้านบาท ซึ่งรายการใหญ่ได้แก่ค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้น 19 ล้านบาท เป็น 237 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ที่ต้องบันทึกขึ้นอีก 10 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นอกจากค่าสินไหมทดแทนจากน้ำท่วมที่ต้องบันทึกเพิ่มขึ้นอีก 10 ล้านบาท ค่าสินไหมทดแทนประเภทอื่นก็มีอัตราสูงกว่าปี 2554 ค่าจ้างและค่าบำเหน็จเพิ่มขึ้น 11.92 ล้านบาท เป็น 149 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นเพิ่มขึ้น 29.8 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองหมวดนี้ เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรับ ส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง3.1 ล้านบาท เหลือ 61 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการลงทุนมีจำนวนรวม 25.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 จำนวน 23.9 ล้านบาท ประกอบด้วยดอกเบี้ยและเงินปันผลรับ 21.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2 ล้านบาท กำไรจากเงินลงทุน 4 ล้านบาทตรงข้ามกับปี 2554 ที่มีผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุน 4.2 ล้านบาท รวมทั้งขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุน 11.4 ล้านบาท
นายเสนาะ ธรรมพิพัฒนกุล เลขานุการบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต กล่าวว่า ในส่วนของบริษัทมีกำไร 3,284 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีกำไร 3,417 ล้านบาท โดยมีเบี้ยรับสุทธิ 3.4 หมื่นล้านบาท







