
บูติกทัวร์ แอดเวนเจอร์ ไลฟ์มีวันนี้ได้เพราะใจรัก
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
ว่ากันว่า ความรักสามารถเอาชนะได้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่ง “อุปสรรคในการทำธุรกิจ” เพราะตราบใดที่ผู้ประกอบการ “รัก” และ “เชื่อมั่น” ในธุรกิจที่ตัวเองปั้นมากับมือ ก็จะมีแรงฮึดพร้อมสู้กับทุกอุปสรรคและความท้าทายที่เข้ามารุมล้อมอย่างแน่นอน
ดังเช่นกรณีของ ไบรอัน มอร์แกน เจ้าของ “แอดเวนเจอร์ ไลฟ์” (Adventure Life) บริษัททัวร์แบบ “บูติก” ในสหรัฐ ที่ตัดสินใจทุ่มเททั้งแรงกายและใจเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ แม้จะต้องแลกกับความเหนื่อยล้าและความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม
จุดเริ่มต้นของ แอดเวนเจอร์ ไลฟ์ เกิดขึ้นเมื่อปี 2541 เมื่อไบรอัน ซึ่งเป็นหนุ่มที่รักการท่องเที่ยวและการผจญภัยสุดชีวิต ได้มีโอกาสเดินทางไปยังประเทศเอกวาดอร์ ทว่าแทนที่จะชมแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เจ้าตัวกลับเลือกที่จะทำกิจกรรมไม่เหมือนใคร เช่น ล่องแม่น้ำในป่าเขตร้อน รวมทั้งสำรวจภูเขาไฟ
“จู่ๆ ผมก็คิดได้ว่า จะดีแค่ไหนหากผมสามารถนำพาคนกลุ่มหนึ่งมาเที่ยวชมสถานที่อันยอดเยี่ยมเหล่านี้สัก 2-3 ครั้งต่อปี” ไบรอัน เผย และหลังจากนั้นไม่นาน เจ้าตัวก็ก่อตั้งบริษัท “แอดเวนเจอร์ ไลฟ์” ด้วยเงินทุนเพียง 3,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 9 หมื่นบาท) ซึ่งก็หมดลงอย่างรวดเร็วภายหลังเจ้าตัวซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมทั้งใช้พิมพ์โบรชัวร์ 200 ชุด
ในเบื้องต้น ไม่มีลูกค้าคนใดติดต่อกลับมาเลย เนื่องจากบริษัทยังขาดความน่าเชื่อถือ ไบรอันจึงตัดสินใจเปิดเว็บไซต์รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายของโปรแกมทัวร์ เช่น ให้ลูกค้ามีสิทธิเลือกวันเวลาเดินทาง รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวได้มากขึ้น จนในที่สุดก็ได้ลูกค้ากลุ่มแรกสำเร็จ
ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อผู้ประกอบการมือใหม่พบว่า ลูกทัวร์ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็น “ผู้สูงอายุ” ซึ่งแน่นอนว่าทำให้ไบรอันไม่สามารถจัดโปรแกรมทัวร์ได้ตามใจชอบ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า ปัญหาทั้งหมดนั้นเกิดจากความผิดพลาดในการวิเคราะห์ตลาดนั่นเอง
หลังจากทัวร์กลุ่มแรกสิ้นสุดลง ไบรอันจึงตัดสินใจขึ้นราคาทัวร์ทันที 25-30%
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทซึ่งให้บริการท่องเที่ยวเฉพาะในอเมริกาใต้นั้นมีรายได้ 11 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 330 ล้านบาท) ต่อปี และมีพนักงานทั้งหมด 16 คน โดยในส่วนของ “ไกด์” นั้น ทาง แอดเวนเจอร์ ไลฟ์ เลือกที่จะใช้บริการชาวบ้านท้องถิ่นแทน เนื่องจาก 1.มีความรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และ 2.ไม่จำเป็นต้องจ้างเป็นพนักงานประจำ โดยจะจ้างเป็นครั้งๆ ไป ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนได้มากเลยทีเดียว
เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ทว่าสาเหตุที่ไบรอันสามารถนำพาธุรกิจฝ่าฟันอุปสรรคได้นั้น เพราะ 2 เคล็ดลับสำคัญ คือ 1.เอาใจลูกค้า ซึ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจบริการ โดยผู้บริหารรายนี้ยอมทำทุกอย่างเพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับลูกทัวร์
นอกจากนี้ เพราะบริษัทมีงบด้านการโฆษณาที่ไม่มากนัก ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาการตลาดแบบ “ปากต่อปาก” จากลูกค้าเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งโชคดีว่าลูกค้าเกือบ 94% ประทับใจในบริการของ แอดเวนเจอร์ ไลฟ์ เนื่องจากเป็นกันเองสุดๆ รวมทั้งให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวแปลกใหม่ที่หาไม่ได้จากที่อื่น
ส่วนข้อที่ 2 ซึ่งไบรอันย้ำว่าสำคัญที่สุดนั้นคือ ต้องมี “ใจรัก” ในธุรกิจของตัวเอง
“บางทีผมเหนื่อยมาก เจอปัญหาทั้งวันจนแทบจะรู้สึกเกลียดการท่องเที่ยวเข้าไส้ และคิดในใจว่าเมื่อไหร่มันจะจบ” เจ้าตัวสารภาพ พร้อมเผยว่า บางทีสิ้นหวังจนต้องจินตนาการในหัวตลอดเวลาว่ากำลังพาเพื่อนๆ ไม่ใช่ลูกทัวร์ไปเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้อารมณ์เสียต่อหน้าลูกค้า!
แต่ท้ายที่สุด ก็ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่เหนือไปกว่าความรักที่หนุ่มอเมริกันรายนี้มีให้กับการท่องเที่ยวและแอดเวนเจอร์ ไลฟ์ จนทำให้มองข้ามปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไปได้ ค่อยๆ พัฒนากิจการจนกลายเป็นบริษัท “บูติกทัวร์” มูลค่าร้อยล้านดังเช่นทุกวันนี้







