
สมาคมประกันชีวิตไทยคาดปีนี้เบี้ยโต17.3%
สมาคมประกันชีวิตไทยคาดปี56ธุรกิจประกันชีวิตจะมีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 4.59 แสนล้านบาท โต 17.3%
สมาคมประกันชีวิตไทยคาดปี56ธุรกิจประกันชีวิตจะมีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 4.59 แสนล้านบาท โต 17.3%
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า สมาคมฯคาดว่าแนวโน้มธุรกิจประกันชีวิตไทยในปี 2556 จะยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราการเติบโตประมาณ 17.3% เบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 4.59 แสนล้านบาท โดยจำแนกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ จำนวน 1.62 แสนล้านบาท อัตราเติบโต 24.2% และเบี้ยประกันชีวิตปีต่อไป 2.97 แสนล้านบาท อัตราการเติบโต 13.9% ซึ่งมีอัตราการคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิต 86.4%
ทั้งนี้ การเติบโตในอัตราดังกล่าวเนื่องจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การได้รับแรงส่งมาจากปี 2555 และได้รับปัจจัยสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและภาคธุรกิจเอง ปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐประกอบด้วย การสนับสนุนจากกระทรวงการคลังด้านภาษีโดยการอนุญาตให้บุคคลธรรมดาสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้น การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในการปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการให้ความเห็นชอบแบบข้อความกรมธรรม์ประกันภัยและอัตราเบี้ยประกันภัยให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การสร้างความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งเกี่ยวกับฐานะการเงินของบริษัทประกันชีวิตให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วไป เช่น การปรับปรุงกรอบการดำเนินงานการดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risk Based Capital) และการเปิดเผยข้อมูลฐานะทางการเงินของบริษัท (Discloser) ซึ่งทำให้ประชาชนเชื่อถือศรัทธาต่อธุรกิจประกันชีวิตมากขึ้น
ขณะที่ ภาคธุรกิจ เกือบทุกบริษัทต่างมีนโยบายออกแบบ/พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่หลากหลายเพื่อสนองความต้องการของประชาชนและต่างทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆเพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าใจถึงประโยชน์และสนใจทำประกันชีวิตกับบริษัทตนมากขึ้น การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายให้หลากหลายช่องทางและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในปี 2556 นี้เกือบทุกบริษัทได้มีนโยบายเพิ่มจำนวนตัวแทนในอัตราสูงและพัฒนาคุณภาพตัวแทนประกันชีวิตให้มีความเป็นเลิศเพื่อจะสามารถแข่งขันระหว่างบริษัทประกันชีวิตด้วยกันและรองรับ AEC ได้
รวมทั้ง ปรับปรุงช่องทางการจำหน่ายอื่นๆที่มีหลากหลาย ให้สามารถบริการได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพดียิ่งขึ้น ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยหนุนที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจประกันชีวิตไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง
จากการที่บริษัทต่างๆมีนโยบายเพิ่มจำนวนตัวแทนประกันชีวิตในปี 2556 เพื่อให้มีผลต่ออัตราการเติบโตของจำนวนเบี้ยประกันชีวิต สมาคมจึงคาดว่าจำนวนผู้สมัครสอบตัวแทนประกันชีวิตทั้งประเทศจะเพิ่มในอัตราสูงมาก เฉพาะที่สมัครสอบที่สมาคมประกันชีวิตไทยจะมีประมาณ 1.52 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 10% แต่คาดว่าจะเข้าสอบจริงประมาณ 1.13 แสนคน และคาดว่าจะสอบได้ประมาณ 5.12 หมื่นคน หรือประมาณ 45% ของผู้เข้าสอบ ในขณะที่ปี 2555 ที่ผ่านมามีผู้สมัครสอบกับสมาคมประกันชีวิตไทยทั้งสิ้น 1.38 แสนคน เติบโต 7.6% เข้าสอบจริง 1 แสนคน และสอบผ่าน 4.01 หมื่นคน คิดเป็นสัดส่วน 39.9% ของผู้เข้าสอบ
นายสาระ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจประกันชีวิตไทยในปี 2555 ที่ผ่านมา เบี้ยประกันชีวิตรวมมีจำนวนเพิ่มสูงถึง 3.91 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตถึง 19.1% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา โดยจำแนกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ จำนวน 1.3 แสนล้านบาท อัตราเติบโต 32.5% และเบี้ยประกันชีวิตปีต่อไป 2.60 แสนล้านบาท อัตราการเติบโต 13.4% ซึ่งมีอัตราการคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิต 88%
ทั้งนี้ เบี้ยประกันชีวิตรับในปี 2555 ได้มาโดยผ่านช่องทางการจำหน่าย 4 รูปแบบ คือ ลำดับแรกการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต 2.24 แสนล้านบาท มีสัดส่วนมากเป็นอันดับหนึ่งกว่า 57.3% อันดับสองเป็นช่องทางการขายผ่านธนาคารพาณิชย์ หรือ Bancassurance สัดส่วนการขายอยู่ที่ 36.7% มีเบี้ยประกันชีวิตรับ 1.43 แสนล้านบาท อันดับสามเป็นช่องทางการขายผ่านการตลาดแบบตรง (Direct Marketing) ซึ่ง Tele Marketing และขายผ่านไปรษณีย์ได้รวมอยู่ช่องทางจำหน่ายนี้มีสัดส่วน 3.1% เบี้ยประกันชีวิตรับ 1.21 หมื่นล้านบาท และช่องทางอื่นๆ เช่น อินเตอร์เน็ต ร้านค้าสะดวกซื้อ เป็นต้น อีก 3.0% มีเบี้ยประกันชีวิต 1.15 หมื่นล้านบาท
สำหรับ การขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตเติบโต 11.90% การขายผ่านธนาคารเติบโต 34.19% การขายผ่านการตลาดแบบตรงเติบโต 9.39% และการขายผ่านช่องทางอื่นๆเติบโต 2.95%







