posttoday
เพิ่มศักยภาพกาแฟไทย

เพิ่มศักยภาพกาแฟไทย

20 กุมภาพันธ์ 2556

รัฐกระตุ้นผู้ประกอบการทำธุรกิจครบวงจรขายเมล็ดคุณภาพปั้นแบรนด์บุกตลาดภูมิภาค

รัฐกระตุ้นผู้ประกอบการทำธุรกิจครบวงจรขายเมล็ดคุณภาพปั้นแบรนด์บุกตลาดภูมิภาค

กสอ. เร่งพัฒนาศักยภาพร้านกาแฟไทยรองรับการเปิดอาเซียน

นางบุญเจือ วงษ์เกษม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการกาแฟ ตั้งแต่ระดับการเปิดร้านขายกาแฟรายย่อย จนถึงผู้ประกอบการผลิตกาแฟครบวงจรรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบรายใหม่หรือนักศึกษาที่เพิ่งจบมีแนวคิดในการเปิดร้านกาแฟกันจำนวนมาก และหลายรายก็ต้องขาดทุนเพราะไม่มีความรู้เกี่ยวกับกาแฟและการตลาด

ทั้งนี้ กรมแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรมีการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก่อนทำธุรกิจร้านกาแฟ เช่น ต้องมีความรู้เกี่ยวกับกาแฟ รู้ความต้องการของผู้บริโภค รู้จักเลือกทำเลที่เหมาะสม ทั้งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือใกล้ออฟฟิศคนทำงาน สถานที่ราชการ และต้องมีการบริหารจัดการองค์กรที่ดี เป็นต้น

“กรมจะผลักดันให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่เปิดร้านกาแฟให้มีศักยภาพพัฒนาแบรนด์ของตัวเอง และเป็นผู้ผลิตเมล็ดกาแฟด้วย ขณะที่กลุ่มที่ปลูกกาแฟและมีโรงงานคั่วกาแฟอยู่แล้วก็ต้องสร้างแบรนด์กาแฟและต้องเปิดร้านขายกาแฟเพื่อให้ครบวงจร เพราะหากไม่ได้พัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ เชื่อว่าคงจะลำบาก เนื่องจากปัจจุบันคนทั่วไปหากคิดอะไรไม่ถูกก็เปิดร้านกาแฟไว้ก่อน สุดท้ายก็เจ๊งไปหลายราย” นางบุญเจือ กล่าว

ขณะเดียวกัน กรมจะเร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขยายกิจการไปในประเทศเพื่อนบ้านรองรับการเปิดเออีซี เช่น การสร้างเครือข่ายกับร้านกาแฟในประเทศเพื่อนบ้าน โดยการส่งเมล็ดกาแฟไปจำหน่ายก่อน หากเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภคอาจขยายกิจการโดยการเปิดร้านกาแฟด้วยตนเอง

นางบุญเจือ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันคนไทยกำลังนิยมการบริโภคกาแฟมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2555 ความต้องการใช้เมล็ดกาแฟของโรงงานแปรรูปสูงถึง 67,620 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ถึง 9.99% คาดว่าปีนี้จะเติบโต 12% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งการผลิตของไทยตอนนี้ยังไม่เพียงพอ ต้องนำเข้าเมล็ดกาแฟมาจากต่างประเทศ แต่การนำเข้ายังไม่สูงนักเพราะต้องเสียภาษีและต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานราชการเท่านั้น แต่เมื่อไทยก้าวสู่เออีซี ไทยต้องเปิดเสรีนำเข้าเมล็ดกาแฟจากอาเซียนโดยไม่มีภาษี ดังนั้นทุกภาคส่วนจะต้องปรับตัว

นางพรรณพัชร กองจริต เจ้าของกาแฟแบรนด์เดอ มอนเต กล่าวว่า ขณะนี้เมล็ดกาแฟในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ขาดแคลนมากถึงขนาดต้องแย่งซื้อ และต้องหาซื้อจากแหล่งอื่นมาเสริม ซึ่งในส่วนของตนเองจะซื้อเมล็ดกาแฟเฉลี่ยปีละ810 ตัน และจะเพิ่มอีก 5 ตันในอนาคต เนื่องจากเตรียมวางแผนบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านด้วย

“ขณะนี้มีแผนจะส่งออกกาแฟไปประเทศจีน และยังมองตลาดเมียนมาร์ด้วย โดยจะเน้นกาแฟสำเร็จรูปทรีอินวัน เพราะประเทศเหล่านี้ยังไม่นิยมกาแฟสด” นางพรรณพัชร กล่าว

ปัจจุบันราคากาแฟคั่วเสร็จแล้วอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาทต่อกิโลกรัม และหลังเปิดเออีซีคาดว่าจะขาดแคลนเมล็ดกาแฟมากขึ้น ทำให้ตอนนี้ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟเพิ่มแล้ว

ทั้งนี้ พื้นที่ในประเทศไทยซึ่งเหมาะสมกับการปลูกกาแฟยังมีไม่มากนัก เพราะกาแฟชอบพื้นที่สูงและมีอากาศเย็น จึงต้องเน้นส่งเสริมเรื่องของพันธุ์ที่ให้คุณภาพและรสชาติที่ดี ขณะนี้ไทยส่งออกกาแฟเป็นอันดับ 3 ในอาเซียนรองจากเวียดนามและอินโดนีเซีย แต่คุณภาพของไทยนั้นดีกว่าจนทำให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร