
บลจ.ธนชาตมองหุ้นปีนี้1,700จุด
ลงทุนได้ยังไม่แพงเปิดแผนงานโต15%สินทรัพย์1.4แสนล
ลงทุนได้ยังไม่แพงเปิดแผนงานโต15%สินทรัพย์1.4แสนล
บลจ.ธนชาต มองหุ้นไทยไม่แพง หลายปัจจัยหนุนดัชนี 1,600-1,700 จุดปีนี้
นายตระกูลจิตร จิตตไสยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ธนชาต เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มที่ดีและยังสามารถเข้าลงทุนได้ แม้ดัชนีจะปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว แต่เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านถือว่ายังไม่แพง เนื่องจากกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยในปีนี้คาดว่ายังเติบโต 17% รวมทั้งผลตอบแทนจากเงินปันผล 3.4% ก็สูงกว่า
“สภาวะแบบนี้ถือเป็นจุดที่ดีสุดของตลาดหุ้น แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้ไม่มาก แต่ในแง่ของการลงทุน แค่เศรษฐกิจยังพอโตได้และยังมีปัจจัยบวกจากการประคองเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว โดยการกดดอกเบี้ยให้ต่ำ ธนาคารกลางประเทศต่างๆ อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ ซึ่งทำให้กำไรบริษัทจดทะเบียนยังโตได้ เพราะต้นทุนต่ำลง” นายตระกูลจิตร กล่าว
อย่างไรก็ตาม มองว่าจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติยังไหลเข้าต่อเนื่อง จะส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปีนี้ถึง 1,600-1,700 จุดได้ไม่ยาก จากปัจจุบันซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ประมาณ 13 เท่า โดยไม่ได้มีส่วนลดเหมือนในอดีตที่หุ้นไทยจะซื้อขายต่ำกว่าเพื่อนบ้านประมาณ 15-20%
บลจ.ธนชาต มองว่า หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคในประเทศและการลงทุนของภาครัฐ รวมถึงกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) น่าสนใจ โดยระมัดระวังการลงทุนในกลุ่มส่งออก ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานยังไม่น่าสนใจ เศรษฐกิจยังไม่เติบโตมากนัก
สำหรับการลงทุนในทองคำในปีนี้ มองว่า ไม่น่าสนใจ เนื่องจากความเสี่ยงของโลกเริ่มลด ทำให้เงินไปลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง
“ปีนี้เรายังเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นและลดน้ำหนักลงทุนในตราสารหนี้ เพราะผลตอบแทนต่ำ โดยมีเพียงตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ที่ยังพอลงทุนได้ รวมทั้งลดน้ำหนักลงทุนในทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์” โดยในส่วนของทอง หากราคาลงแรงก็ซื้อสะสมลงทุนระยะยาวได้ แต่ระยะสั้นไม้น่าสนใจนายตระกูลจิตร กล่าว
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ ตั้งเป้าขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) เติบโต 15% หรือมีสินทรัพย์ 1.4 แสนล้านบาท จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.22 แสนล้านบาท
“ปีก่อนเราโต 26% จากสามธุรกิจ โดยกองทุนรวมแตะ 1.02 แสนล้านบาท กองทุนส่วนบุคคล 9,690 ล้านบาท และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 9,934 ล้านบาท” นายบุญชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากมุมมองบวกต่อหุ้นไทย จึงออกกองทุนเปิดธนชาต TSmart2 เป็นกองทุนผสม เน้นลงทุนหุ้นไทย ขายวันนี้-26 ก.พ. และจะออกกองทุนเปิดธนชาต ชาแลนเจอร์ 8 ลงทุนหุ้นไทย กองทุนที่ลงทุนในหุ้นเอเชียแปซิฟิก รวมถึงกองทุนที่เน้นลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กในไทย และกองทุนผสมลงทุนตราสารหนี้ หุ้นและเรียลเอสเตท ตั้งเป้าผลตอบแทน 5% คาดว่าจะออกได้ในไตรมาส 1-2 นี้







