posttoday
ครบเครื่องเพื่อคนมีรัก "เอ็กซ์โอ กรุ๊ป" พร้อมจัดให้

ครบเครื่องเพื่อคนมีรัก "เอ็กซ์โอ กรุ๊ป" พร้อมจัดให้

14 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

งานวิวาห์นับเป็นเรื่องใหญ่ที่คงไม่มีใครอยากให้พลาด เพราะอาจไม่มีโอกาสให้ได้แก้ตัวครั้งที่ 2 ทว่าสำหรับคู่ของ “เดวิด หลิว” และ “คาร์ลีย์ โรนีย์” แล้ว ความล้มเหลวของงานแต่งอันไร้ระเบียบแบบแผน ซึ่งจัดขึ้นบนดาดฟ้าในวันที่ร้อนที่สุดในรอบ 10 ปี โดยที่เครื่องปรับอากาศเสียกะทันหัน กลับเป็นแรงผลักดันชั้นเยี่ยมให้คนทั้งคู่เริ่มต้นธุรกิจการแต่งงานขึ้นมา

หลิว และ โรนีย์ เริ่มคุยกับเพื่อนเรื่องการเปิดเว็บไซต์วางแผนการแต่งงานขึ้นมา แม้ในเบื้องต้นจะไม่มีความมั่นใจต่อการจับธุรกิจนี้ แต่เมื่อได้ทบทวนว่า งานแต่งงานของพวกเขาในปี 2536 ควรจะออกมาดีกว่านี้ หากมีการเตรียมตัวให้พร้อมมากขึ้น ทั้งคู่และเพื่อนสนิทอีก 2 คนจึงตัดสินใจเปิดตัวบริษัท “เดอะ น็อต อิงค์” ขึ้นในปี 2539 เพื่อให้ข้อมูลด้านการแต่งงานอย่างครบเครื่อง

เครื่องมือสำคัญที่ทั้งคู่คิดว่าจะช่วยให้ธุรกิจแต่งงานประสบความสำเร็จก็คือ “อินเทอร์เน็ต” ซึ่งยังเป็นสิ่งใหม่อยู่ในขณะนั้น เพราะเชื่อว่าจะเป็นเครื่องมือรูปแบบใหม่ที่ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้

“แม้ธุรกิจนี้ดูเหมือนว่าจะล้มเมื่อไรก็ได้ แต่อินเทอร์เน็ตจะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้เปลี่ยนแปลงไปได้” โรนีย์ เปิดเผยกับวอลสตรีต เจอร์นัล

เดอะ น็อต เริ่มต้นจากบริษัทด้านสื่อออนไลน์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งงานแบบครบวงจรบนอินเทอร์เน็ต โดยได้เงินลงทุนส่วนหนึ่งจากบริษัท เอโอแอล ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในแวดวงไอทีสหรัฐ และเปิดเป็นเว็บพอร์ทัลบนเอโอแอล จากนั้นเมื่อเว็บเป็นที่รู้จักและมีรายได้มากขึ้นจากการขายโฆษณา เดอะ น็อต จึงขยายกิจการด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัท โฮมช็อปปิ้ง คิววีซี และเริ่มตีพิมพ์หนังสือคู่มืองานแต่งขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้เอสเอ็มอีเล็กๆ นี้ ขยับขยายไปสู่การเติบโตในภาพกว้างมากขึ้นก็คือ การตัดสินใจเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2542 โดยสามารถระดมทุนจากการขายหุ้นไอพีโอได้ถึง 35 ล้านเหรียญสหรัฐ ก่อนที่บริษัทจะเผชิญมรสุมในยุคฟองสบู่ดอตคอม และต้องใช้เวลานานถึง 4 ปี กว่าที่งบกระแสเงินสดของบริษัทจะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง

การเข้าตลาดนับเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ หลิว และ โรนีย์ ต้องเดินหน้าไอเดียขยายธุรกิจและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

เมื่อช่วยให้หนุ่มสาวแต่งงานกันไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็เดินหน้าธุรกิจแผนต่อไป คือ การช่วยหารังรักให้หนุ่มสาวหรือคู่แต่งงานหมาดๆ โดยตัดสินใจเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในชื่อว่า “เดอะ เนสต์” ในปี 2548 สำหรับคู่รักที่ต้องการซื้อหรือเช่าบ้าน ซึ่งยังครอบคลุมถึงการหาซื้อของประดับตกแต่งบ้านอีกด้วย และนำไปสู่การเปิดแบรนด์ “เดอะ บัมพ์” สำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นพ่อแม่มือใหม่ ในปี 2551

เดอะ น็อต ก็เหมือนกิจการเอสเอ็มอีรายอื่นๆ ที่ต้องหาวิธี “รีแบรนดิง” ครั้งใหญ่ เมื่อธุรกิจสยายปีกเติบโตขึ้นไปสู่ธุรกิจกลางกลาง จึงนำไปสู่การเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “เอ็กซ์โอ กรุ๊ป อิงค์” ในปี 2554 โดยมี หลิว เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ขณะที่ภรรยาเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมเนื้อหา

จากเว็บไซต์ขนาดเล็กที่มีจุดเริ่มต้นของคนเพียง 4 คน เอ็กซ์โอ กรุ๊ป ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วกลายเป็นธุรกิจเกี่ยวกับงานแต่งและครอบครัวอย่างครบวงจรไปแล้ว ท่ามกลางพนักงานมากถึง 700 คน และทำรายได้ถึง 124.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2554 ที่ผ่านมา (ราว 3,730 ล้านบาท)

แม้ว่าปัจจุบัน เดอะ น็อต ซึ่งเป็นธุรกิจหลักในเอ็กซ์โอ กรุ๊ป จะต้องแข่งขันกับเหล่าเว็บไซต์และเว็บบล็อกจำนวนมาก อาทิ พินเทอร์เรส ซึ่งเป็นเว็บโซเชียลมีเดียสมุดภาพออนไลน์ แต่ เดอะ น็อต ก็พยายามดำเนินกลยุทธ์ดึงดูดใหม่ๆ ขึ้นมาอยู่เสมอ เช่น การจัดการประกวด “ดรีม เวดดิง” ที่ให้ประชาชนสามารถลงคะแนนให้กับคู่รัก ว่า อยากเห็นคู่ใดแต่งงานกันมากที่สุด และยังให้โหวตไปถึงรายละเอียดงานแต่งงานของคู่รักในฝันอีกด้วย

สำหรับเดือน ก.พ.นี้ เดอะ น็อต ได้ประกาศคู่แต่งงานในฝันออกมาแล้ว ซึ่งเป็นคู่แต่งงานจากลอสแองเจลิส ที่จะได้จัดพิธีวิวาห์ในฝันที่สวนสาธารณะไบรอันท์ ในมหานครนิวยอร์ก ซิตี วันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. และเว็บไซต์ก็เปิดให้คนมาลงคะแนนเกี่ยวกับแหวน ชุดเจ้าสาว ชุดเพื่อนเจ้าสาว ชุดทักซิโดของเจ้าบ่าว เค้ก รวมไปถึงทรงผมและการแต่งหน้า

หลิว และ โรนีย์ ยังไม่ได้จำกัดธุรกิจอยู่เพียงแค่ในสหรัฐเท่านั้น ทั้งสองคนได้ขยายกิจการไปสู่ประเทศจีนมากว่า 1 ปีครึ่งแล้ว ผ่านเว็บไซต์ ljie.com ซึ่งพวกเขามองว่าตลาดในสหรัฐกำลังแคบเกินไป ตรงกันข้ามกับในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และคนจีนก็กำลังมองหารูปแบบการแต่งงานแบบตะวันตกเพื่อที่จะสร้างประเพณีการแต่งงานแบบใหม่ๆ

แค่นำประสบการณ์แย่ๆ มาพลิกให้เป็นโอกาส และไม่หยุดที่จะเสนอไอเดียใหม่ๆ ขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป ความสำเร็จจึงไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมสำหรับ เอ็กซ์โอ กรุ๊ป

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร