
อัดงบ1หมื่นล.ดันไทยฮับเมล็ดพันธุ์พืช
เกษตรฯ เตรียมอัดงบ 1.3 หมื่นล้าน ดันไทยเป็นฮับเมล็ดพันธุ์ภายใน 5 ปี
เกษตรฯ เตรียมอัดงบ 1.3 หมื่นล้าน ดันไทยเป็นฮับเมล็ดพันธุ์ภายใน 5 ปี
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้าโครงการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชรองรับประชาคมอาเซียน เนื่องจากมองว่าไทยมีศักยภาพมากทั้งด้านบุคลากรและเทคโนโลยี โดยเป้าหมายในอนาคตคือการสร้างแบรนด์เมล็ดพันธุ์ดีของไทย โดยพื้นที่ปลูกเมล็ดพันธุ์นอกจากในประเทศแล้วว่า ในประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศมีศักยภาพที่ไทยจะลงทุนได้ภายใต้มาตรฐานการผลิตของไทย
ทั้งนี้ เตรียมจัดโครงการนี้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของกระทรวง เป็นโครงการ 5 ปี ใช้งบประมาณรวม 13,020 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์หลักคือ โดยในปี2557 วงเงิน 1.6 พันล้านบาท ปี 58 วงเงิน 4.9 พันล้านบาท ปี 59 วงเงิน 736 ล้านบาท ปี 60 วงเงิน 2.2 พันล้านบาท และปี 61 วงเงิน 3.4 พันล้านบาท 1.ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์เขตร้อนของเอเชีย โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ผัก เช่น พืชตระกูลแตง พริก ข้าวโพด ถั่วฝักยาว ผักกาด กวางตุ้ง และผักบุ้ง เพื่อต่อยอดการค้าร่วมกับภาคเอกชน
ภายใต้เป้าหมายนี้จะมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ดี การพัฒนาหน่วยงานรัฐให้เป็นผู้ผลิตพันธุ์ดีทั้งพันธุ์หลักและพันธุ์ขยายและการร่วมมือกับชุมชนในการสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิต 3 หมื่นครัวเรือน ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าการส่งออกเมล็ดพันธุ์ของไทยเป็น 8,000 ล้านบาทในปี 2558
2.ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ทั้งระบบของไทย โดยเร่งพัฒนายกระดับศูนย์วิจัยและผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีศักยภาพในพื้นที่ การยกระดับศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชพิษณุโลกให้ได้มาตรฐานของสมาคมทดสอบเมล็ดพันธุ์นานาชาติ เพื่อเป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพเมล็ดพันธุ์ไทยในตลาดโลก นอกจากนี้จะส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืชและขึ้นทะเบียนพันธุ์ การจัดทำฐานข้อมูลเมล็ดพันธุ์ด้วย
3.ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ และ 4.สร้างแบรนด์เมล็ดพันธุ์ดีของไทยเพื่อให้แข่งขันกับตลาดโลก และจัดทีมประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ข้าวไทย
ปัจจุบันไทยเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์พืชสำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาค และในปี 2554 ได้ส่งออกเมล็ดพันธุ์พืช จำนวน 30 ชนิด ปริมาณรวมกว่า 24,693 ตัน มูลค่า 3,853.73 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเมล็ดพันธุ์ผักและเมล็ดพันธุ์พืชไร่
มีตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ กัมพูชา พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว เวียดนาม ศรีลังกา สิงคโปร์ อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น บังกลาเทศ ปากีสถาน ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และฮ่องกง
อย่างไรก็ตาม พบว่าเอกชนที่ประกอบธุรกิจผลิตเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อการส่งออกส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะไต้หวัน จีน และญี่ปุ่น ซึ่งจ้างเกษตรกรไทยให้เป็นผู้ผลิตเนื่องจากมีความสามารถในการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ดี ทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ผัก เช่น พืชตระกูลแตง มะเขือเทศ พริก ข้าวโพด ถั่วฝักยาว ผักกาด กวางตุ้ง และผักบุ้งจีน







