
การันตีเวทีเออีซีไม่เลื่อนซ้ำ
เชื่อ10ชาติสมาชิกอาเซียนพร้อมเดินหน้าลุย.
เชื่อ10ชาติสมาชิกอาเซียนพร้อมเดินหน้าลุย.
ชี้ช่องเอสเอ็มอีบุกตลาดเพื่อนบ้าน.พาณิชย์ยันเออีซีเปิดปลายปี 2558 แน่นอน ชี้หากรวมตัวไม่ทัน แข่งเวทีโลกไม่ไหว
นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า แผนการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่กำหนดเปิดสิ้นปี 2558 ซึ่งเลื่อนจากกำหนดเดิมที่จะเปิดวันที่ 1 ม.ค. 2558 เชื่อว่าจะไม่เลื่อนไปจากกำหนดระยะเวลานี้อีกแล้ว เพราะขณะนี้ทุกประเทศอาเซียนต่างเร่งที่จะปรับกระบวนการภายในประเทศ เพื่อเปิดเออีซีให้ได้ตามแผน หากมีการเลื่อนกำหนดเปิดอีก จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์อาเซียนได้ อีกทั้งอาจทำให้ประเทศในอาเซียนแข่งขันกับประเทศนอกอาเซียนได้ช้าลง เพราะกระแสการค้าโลกเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน
ด้านผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ต้องการจะใช้ประโยชน์จากเออีซีเพื่อเจาะตลาดอาเซียน ควรจะมีการประเมินจุดอ่อนและจุดแข็ง เพื่อสร้างความพร้อมก่อนไปทำการค้ากับประเทศในอาเซียน เพราะแม้ว่าเออีซีจะทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้า คน วัตถุดิบ ระหว่าง 10 ชาติสมาชิกอาเซียนสะดวกขึ้น หรือรวมเป็นตลาดเดียวกัน แต่เอสเอ็มอีไทยก็ยังต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการของประเทศที่จะไปเจาะตลาด ยังไม่รวมผู้ประกอบการจากนอกกลุ่มอาเซียนที่เข้ามาทำการค้ากับอาเซียนมากขึ้น
นายสมเด็จ กล่าวด้วยว่า การประเมินจุดอ่อนเอสเอ็มอีไทยต้องประเมินศักยภาพในการผลิตสินค้าว่ามีกำลังการผลิตเท่าไหร่ที่จะรองรับคำสั่งซื้อ เพื่อเจรจากับประเทศคู่ค้าได้อย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกันเอสเอ็มอีไทยมีจุดแข็งด้านการทำกลยุทธ์ด้านการตลาด เพราะผู้ประกอบการไทยมีประสบการณ์และความรู้เรื่องกลยุทธ์ด้านนี้ดี
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีควรเน้นเจาะตลาดกลุ่มอาเซียนใหม่ (ซีแอลเอ็มวี) ได้แก่ พม่า เวียดนาม กัมพูชา และลาว เพราะไทยได้เปรียบประเทศเหล่านี้อยู่หลายด้านทั้งด้านสินค้าและบริการ
สำหรับสินค้าส่งออกของไทยในอาเซียน 5 อันดับแรกช่วง 11 เดือน (ม.ค.พ.ย. 2555) ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป มูลค่า 8,665 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.67% รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 5,746 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.63% เครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่อง 2,348 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 4.4% เคมีภัณฑ์ 2,266 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 6.3% เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 1,849 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 14.55%







