
ตรุษจีนสะพัด4.5หมื่นล้าน
ทำสถิติสูงสุดรอบ8ปีตามกระแสศก.ฟื้น..
ทำสถิติสูงสุดรอบ8ปีตามกระแสศก.ฟื้น..
ห่วงสินค้าแพงทำค่าใช้จ่ายพุ่ง..หอการค้าโพลล์ คาดตรุษจีนเงินสะพัด 4.5 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 8 ปี โดยส่วนใหญ่ระมัดระวังการใช้จ่าย ห่วงของแพงทำค่าใช้จ่ายพุ่ง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีน พบว่าช่วงเทศกาลตรุษจีนจะทำให้เกิดการใช้จ่ายทั่วประเทศ 4.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% ถือว่าสูงสุดในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการใช้จ่ายสูงสุด 1.69 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าบรรยากาศภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสแรกเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะตามหัวเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว
นอกจากนี้ การไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนกับเชื้อสายของผู้ที่ไหว้เจ้า พบว่าตั้งใจจะไหว้ 52.1% และไม่ไหว้ 47.9% โดยกลุ่มที่ไม่ไหว้ให้เหตุผลว่า ของแพง 26% เพราะน้ำท่วม 4% และไม่มีเชื้อสายจีน 55% ซึ่งมูลค่าการใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อของไหว้เจ้า รองลงมาเป็นไปทำบุญ และซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ปริมาณการซื้อสินค้าส่วนใหญ่เท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง 37.6% ลดลงเล็กน้อย 20.6% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 35%
ด้านทัศนคติเกี่ยวกับราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน เห็นว่าแพงขึ้นมาก 19.3% แพงขึ้น 43.1% และเท่าเดิม 35.7% โดยมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับราคาสินค้าแพงในช่วงตรุษจีนปี 2556 ในระดับห่วงมาก 45.1% เป็นห่วงระดับปานกลาง 35.2% เป็นห่วงน้อย 15.9% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปี 2556 เทียบกับปี 2555 พบว่าเพิ่มขึ้น 53.6% ลดลง 16% และไม่เปลี่ยนแปลง 30.4%
สำหรับพรที่ประชาชนอยากจะขอในช่วงเทศกาลตรุษจีน อันดับแรก คือ ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง รองลงมาขอให้ร่ำรวยเงินทอง และขอให้คนไทยมีความสุข มีความปรองดองกัน ด้านสิ่งที่เป็นห่วงในช่วงเทศกาลตรุษจีน อันดับ 1 คือ การขึ้นราคาสินค้า รองลงมาเป็นค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวแพง และการเกิดอัคคีภัย
นายธนวรรธน์ กล่าวถึงการสอบถามทัศนะโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาล พบว่าทำให้การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันลดลงเพื่อเก็บเงินไว้ผ่อนรถ 46.9% อีก 53.1% ไม่มีผลกระทบ ทั้งนี้เมื่อสอบถามในกรณีที่ต้องผ่อนชำระ คิดว่ามีโอกาสหรือไม่ที่จะไม่สามารถผ่อนชำระได้จนครบระยะเวลา พบว่า มีโอกาสมาก 25.1% ปานกลาง 27.1% น้อย 31.2 % และไม่มีโอกาส 16.5% และทำดยโครงการรถคันแรกส่งผลให้การซื้อสินค้าโดยทั่วไปลดลงในระดับมาก 16.7% ปานกลาง 40.4% น้อย 35.1% และไม่มีผลกระทบ 7.8% จากการทำการสำรวจครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่เข้าร่วมโครง การรถคันแรกเริ่มส่งสัญญาณชอร์ตพอสมควร และมีโอกาสที่จะถูกยึดรถได้







