
ฟิลิปปินส์...ประเทศที่น่าลงทุน
ฟิลิปปินส์นับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับความสนใจลงทุนในปัจจุบัน เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตในอัตราสูงขึ้นมาก รวมถึงประชากรมากมายถึง 95 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย และยังมีเป็นประเทศวัยหนุ่มสาว ประชากรมีอายุกึ่งกลาง (Median) เพียงแค่ 23.1 ปี ต่ำที่สุดในกลุ่มอาเซียน ขณะที่ไทยสูงที่สุดในกลุ่มอาเซียน คือ 34.7 ปี จัดเป็นประเทศวัยสูงอายุ
ฟิลิปปินส์นับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับความสนใจลงทุนในปัจจุบัน เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตในอัตราสูงขึ้นมาก รวมถึงประชากรมากมายถึง 95 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย และยังมีเป็นประเทศวัยหนุ่มสาว ประชากรมีอายุกึ่งกลาง (Median) เพียงแค่ 23.1 ปี ต่ำที่สุดในกลุ่มอาเซียน ขณะที่ไทยสูงที่สุดในกลุ่มอาเซียน คือ 34.7 ปี จัดเป็นประเทศวัยสูงอายุ
เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ในปัจจุบันมีแนวโน้มแจ่มใสมาก โดยในปี 2555 เติบโตในอัตรามากถึง 6.6% และในปี 2556 คาดว่าจะเติบโตลดลงเล็กน้อยเหลือประมาณ 6% เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศอยู่ในระดับดี และรัฐบาลเร่งให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการก่อสร้างระบบป้องกันอุทกภัย ประกอบกับมีการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศโดยสถาบันจัดอันดับนานาชาติ
กิจการที่เด่นมากของฟิลิปปินส์ คือ คอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีคลัสเตอร์กระจุกตัวที่มะนิลาและเซบู เนื่องจากมีจุดเด่น คือ คนฟิลิปปินส์พูดภาษาอังกฤษดีมาก โดยแซงหน้าอินเดียขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านรายได้ในปี 2552 และแซงหน้าเป็นอันดับ 1 ในด้านจำนวนพนักงานในปี 2553 โดยในปี 2555 มีการจ้างงานเกือบ 5 แสนคน สร้างรายได้แก่ประเทศมากถึง 8.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 862,000 คน และราย
เดิมฟิลิปปินส์ไม่ได้รับความสนใจในการเป็นฐานการผลิตด้านอุตสาหกรรมนัก จากค่าจ้างแรงงานค่อนข้างสูงกว่าเพื่อนบ้าน แต่ปัจจุบันจีน ไทย และเวียดนาม ฯลฯ เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ กับเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทำให้นักลงทุนเริ่มสนใจลงทุนในฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นมาก โดยปัจจุบันฟิลิปปินส์มีแรงงานจำนวนมาก และมีอัตราการว่างงานสูงถึง 7%
การส่งเสริมการลงทุนของไทยและฟิลิปปินส์มีความละม้ายคล้ายคลึงกันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยตั้งชื่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เหมือนกัน กฎหมายทั้งสองประเทศยังกำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลาไม่เกิน 8 ปีเหมือนกัน
หน่วยงาน BOI ของฟิลิปปินส์ ยังได้จัดทำบัญชีรายการกิจการที่ใช้ความสำคัญเป็นพิเศษตามที่กำหนดในแผนการลงทุนที่ให้ความสำคัญพิเศษ (Investment Priorities Plan–IPP) เป็นประจำทุกปี โดยคณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานต่างๆ และแผนต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานาธิบดีก่อนประกาศใช้ต่อไป
สำหรับ IPP ฉบับหลังสุด คือ IPP 2012 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์และประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2555 ภายใต้แนวคิดหลักที่ว่า “วันใหม่สำหรับการลงทุน : ความสอดคล้องอย่างมีเหตุมีผล ความคงเส้นคงวา และความคิดสร้างสรรค์” และอื่นๆ อีก(A New Day for Investments: Coherent, Consistent, and Creative) ได้มุ่งเน้นส่งเสริมกิจการ
สุดท้ายนี้ หน่วยงานบีโอไอของฟิลิปปินส์ได้ปรับปรุงองค์กรเพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการ โดยตั้งเป้าหมายอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุน จากเดิม 20 วันทำการ ได้ลดลงเหลือเพียง 10 วันทำการ พร้อมกับลดการส่งเอกสารต่างๆ ที่ไม่จำเป็นลง และกำลังทดลองให้บริการแก่กิจการบางประเภทที่ไม่มีประเด็นพิจารณามากนัก จะอนุมัติให้การส่งเสริมโดยใช้เวลาเพียงแค่ 1 วันทำการ







