
กฟผ.ระบายน้ำในเขื่อนได้ตามแผน
เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ จัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกแล้ว 52% ควบคุมการระบายน้ำได้ตามแผน ด้วยความร่วมมือจากเกษตรกร
เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ จัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกแล้ว 52% ควบคุมการระบายน้ำได้ตามแผน ด้วยความร่วมมือจากเกษตรกร
นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ กฟผ. ณ วันที่ 17 มกราคม 2555 เวลา 24.00 น. ว่ามีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ กฟผ. ทั้งหมด 42,402 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 69% ของความจุ น้อยกว่าปีที่แล้ว 18% ปริมาณน้ำที่สามารถใช้งานได้ 19,358 ล้าน ลบ.ม. ลดลงจากวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มต้นการระบายน้ำฤดูแล้ง 4,468 ล้าน ลบ.ม.
โดยอ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ น้อยกว่าปีก่อนมากถึง 37% และ 36% ขณะที่ภาคตะวันตก และภาคใต้มีปริมาณน้ำใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในช่วงการระบายน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานท้ายน้ำ มีเพียงเขื่อนบางลางในภาคใต้ ซึ่งยังอยู่ในช่วงฤดูฝน แต่สถานการณ์น้ำในอ่างฯ อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ทั้งนี้ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักส่งน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรลุ่มน้ำเจ้าพระยาครอบคลุม 23 จังหวัด ปัจจุบันระบายน้ำเพื่อพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดแล้งตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555-17 มกราคม 2556 ไปแล้ว 3,561 ล้าน ลบ.ม. หรือ 52% ของแผนการระบายน้ำช่วงฤดูแล้ง ขณะที่เขื่อนทั้งสองยังมีปริมาณน้ำใช้งานได้ในอ่างฯ 5,950 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอที่จะระบายน้ำตลอดฤดูแล้ง ตลอดจนเหลือน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนที่มักเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงอีกประมาณ 3,000 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการอุปโภค-บริโภค และอื่นๆ
สำหรับเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ระบายน้ำช่วงฤดูแล้งให้แก่โครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ มีแผนการระบายน้ำช่วงฤดูแล้งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 มิถุนายน 2556 จำนวน 7,000 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปริมาณน้ำส่วนหนึ่งในจำนวนนี้จะผันมาช่วยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยตั้งแต่ 1 – 17 ม.ค.56 ระบายน้ำไปแล้ว 391 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 5% ของแผนทั้งหมด ขณะที่เขื่อนทั้งสองยังมีปริมาณน้ำใช้งานได้ในอ่างฯ 9,107 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอที่จะระบายน้ำตลอดฤดูแล้ง
“การใช้น้ำจากอ่างฯ จะมีการควบคุมให้เป็นไปตามแผน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรในการนำน้ำเข้าพื้นที่เท่าที่จำเป็น และเมื่อเหลือน้ำที่ใช้แล้วจากพื้นที่เพาะปลูกตอนบน สามารถนำกลับมาใช้ในพื้นที่ตอนล่างได้อีก สำหรับพื้นที่เพาะปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีหลายพื้นที่ รวมทั้งโครงการชลประทานหนองหวายซึ่งรับน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ จำเป็นต้องงดการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างฯ มีไม่เพียงพอนั้น ได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรปฏิบัติตามแผนที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด มีส่วนช่วยให้การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปีนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี” นายกิตติกล่าว







