
การตลาดผ่าน Mobile
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านแม้ว่าจะเลยเทศกาลมาหลายวัน แต่ก็คงยังไม่สายที่จะอวยพรให้ เฮงๆ รวยๆ สุขภาพแข็งแรง มีความสุข และประสบความสำเร็จกันทุกท่านนะครับ
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านแม้ว่าจะเลยเทศกาลมาหลายวัน แต่ก็คงยังไม่สายที่จะอวยพรให้ เฮงๆ รวยๆ สุขภาพแข็งแรง มีความสุข และประสบความสำเร็จกันทุกท่านนะครับ
สำหรับปีงูเล็กนี้ หนึ่งใน Trend ที่มาแรงที่สุดก็คือ ธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่เป็นกลุ่ม Smartphone ไม่ว่าจะเป็น Trend ในบ้านเราหรือในต่างประเทศ ซึ่งมีผู้ใช้ Smartphone มากกว่า 1,000 ล้านคนไปแล้ว และมีการประเมินว่าใน 3 ปีข้างหน้าจะมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านคน ทำให้เราคงต้องหันมาให้ความสนใจและพัฒนาการทำการตลาดผ่านโทรศัพท์มือถือรวมถึงอุปกรณ์ประเภท Tablet ที่เราเรียกรวมๆ กันว่า Mobile
ผมจึงขอเอาแนวคิดของ Rick Mathieson ซึ่งเป็นนักการตลาดที่มีชื่อเสียงมาฝากกันว่าปีนี้การตลาดผ่าน Mobile มีอะไรน่าสนใจบ้างครับ
1.การโฆษณาผ่าน Mobile จะมีการเติบโตอย่างสูง ซึ่งผู้ใช้ Mobile ทั้งหลายจะใช้เวลาประมาณ 10% ของเวลาในแต่ละวันเพื่อดูข้อมูลต่างๆ บน Mobile ซึ่งสื่อโฆษณานั้นจะมีการพัฒนาแฝงไปกับ Application ต่างๆ อย่างกลมกลืน รวมทั้งจะมีการปรับขนาดของโฆษณาให้มีขนาดพอเหมาะกับจอ Smartphone หรือ Tablet
2.จากการที่เติบโตของการขายสินค้าแบบ Online รวมทั้งการเติบโตของร้านค้าเสมือนจริง (Virtual Store) ที่นำภาพของสินค้า เช่น ภาพของตู้แช่อาหารในซูเปอร์มาร์เก็ต มาตกแต่งในบริเวณที่ลูกค้าผ่านไปมาสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการโดยการ Scan QR Code เพื่อสั่งซื้อสินค้าซึ่งจะทำให้ QR Code มีบทบาทในการซื้อขายแบบ Online มากขึ้น
3.การพัฒนา Application และอุปกรณ์เสริมเพื่อใช้ Smartphone ในการทำ Loyalty Program มากขึ้น เช่น การสะสมแต้ม เมื่อเราไปซื้อสินค้าหรือใช้บริการ ร้านค้าก็จะใช้เครื่อง Stamp ลงบนหน้าจอ Smartphone ที่เรา Download Application สำหรับสะสมแต้ม ซึ่งต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมการ์ดสำหรับสะสมแต้มอีกต่อไป ส่วนร้านค้าก็สามารถนำข้อมูลจากการ Stamp นั้นไปวิเคราะห์และบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
4.จาก SoLoMo สู่ SoLoMoCo เป็นที่ยอมรับกันว่าการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดนั้นคือการบอกต่อโดยเพื่อนหรือคนคุ้นเคย ดังนั้นการทำโปรโมชันผ่าน Social Media (So) จึงป็นสิ่งที่นักการตลาดทั้งหลายมองข้ามไม่ได้ ซึ่งบริษัทหลายๆ แห่งได้พัฒนา Application ในการให้ข้อมูลข่าวสารไปสู่กลุ่มเป้าหมายรวมทั้งมีการระบุที่ตั้งของร้านค้า Location (Lo) ที่สามารถดูผ่าน Mobile (Mo) ได้
แต่แนวโน้มที่ผู้บริโภคอยากจะทำธุรกรรมต่างๆ ให้เสร็จสิ้นบนหน้าจอ Mobile ก็เพิ่มมากขึ้น จากการที่เข้า Website เพื่อไปหาข้อมูลสินค้าที่สนใจเท่านั้น ก็จะเปลี่ยนเป็นการค้นหาข้อมูลพร้อมทั้งสั่งซื้อสินค้าซึ่งบริษัททั้งหลายต้องพัฒนาขีดความสามารถในการรับชำระเงิน Online เพื่อให้ลูกค้าสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตซึ่งจะเกิดการค้าขายหรือ Commercial (Co) นั่นเอง
5.ในปีนี้เราคงได้เห็นการโฆษณา หรือแสดงสินค้าโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการสร้างภาพต่างๆ ให้เข้ามาอยู่ในสถานที่จริงเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้มากขึ้นที่เรียกกันว่า Augmented Reality (AR) เช่น ถ้าเราสนใจซื้อเฟอร์นิเจอร์มาประดับบ้าน เราก็สามารถ Download Application ของร้านเฟอร์นิเจอร์นั้นลงบน Mobile แล้วใช้กล้องบน Mobile ส่องดูในบ้านของเราแล้วเอาโต๊ะเก้าอี้ใน Application นั้นลองวางในหน้าจอ Mobile เพื่อหามุมต่างๆ ที่เข้ากันได้ดีที่สุด
หรือถ้าเราไปเดินดูเสื้อผ้า ร้านขายเสื้ออาจจะมี Application ที่มีแบบเสื้อผ้าต่างๆ อยู่ เราก็สามารถลองเสื้อเหล่านั้นได้โดยการยืนบนหน้ากล้องแล้วเอาภาพเสื้อผ้าที่เราสนใจมาใส่ทับรูปของเราบนหน้าจอ เท่านี้เราก็จะสามารถลองเสื้อที่เราสนใจทั้งด้านหน้า ด้านข้าง หรือด้านหลัง ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือรอคิวห้องลองเสื้ออีกต่อไป
เห็นมั้ยครับว่า ในปีนี้นอกจาก Mobile จะมีรุ่นใหม่ๆ ออกมาให้เราเลือกซื้อ รวมทั้งระบบ 3G ก็กำลังเกิดขึ้นในบ้านเราแล้ว การทำการตลาดผ่าน Mobile ก็มีลูกเล่นใหม่ๆ ให้เราได้ตื่นเต้น
แต่ก็อย่า Shopping เพลินจนก่อหนี้กันเกินตัว เพราะนอกจากสุขภาพที่ดีแล้วนั้น การไม่เป็นหนี้ก็ถือว่า เป็นลาภอันประเสริฐอย่างหนึ่งนะครับ







