
คมนาคมยอมบรรทุก58ตันยืดผ่อนผัน1ปี
คมนาคมลงนามเอ็มโอยูร่วม 11 สมาคม ศึกษาน้ำหนักบรรทุกรถพ่วง 7 เพลา 24 ล้อ พร้อมขยายเวลาผ่อนผันบรรทุกน้ำหนัก 58 ตัน เป็น 1 ปี ให้ผู้ประกอบการปรับตัว
คมนาคมลงนามเอ็มโอยูร่วม 11 สมาคม ศึกษาน้ำหนักบรรทุกรถพ่วง 7 เพลา 24 ล้อ พร้อมขยายเวลาผ่อนผันบรรทุกน้ำหนัก 58 ตัน เป็น 1 ปี ให้ผู้ประกอบการปรับตัว
พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับตัวแทนผู้ประกอบการขนส่ง 11 สมาคม เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำหนักบรรทุกรถพ่วง 7 เพลา 24 ล้อ ว่า ที่ประชุมมีมติให้ขยายระยะเวลาผ่อนผันน้ำหนักบรรทุกของรถพ่วง 7 เพลา 24 ล้อ อยู่ที่ 58 ตัน เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2556 จากเดิมที่จะผ่อนผันให้เป็นเวลา 6 เดือน เนื่องจากต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนส่งได้มีเวลาปรับตัว 6 เดือน หลังจากที่ผลศึกษาเรื่องการกำหนดพิกัดบรรทุกที่เหมาะสมจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2556
ทั้งนี้ ภายในสัปดาห์นี้กรมทางหลวงจะออกประกาศชี้แจงเกี่ยวกับการผ่อนผันน้ำหนักบรรทุก 58 ตัน ออกไปอีก 1 ปี โดยปัจจุบันกำหนดบังคับใช้พิกัดน้ำหนักบรรทุกของรถพ่วง 7 เพลา 24 ล้อ อยู่ที่ไม่เกิน 53 ตัน ซึ่งประกาศเดิมจะบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.31 ธ.ค. 2556
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้ร่วมลงนามกับผู้แทนสมาคม 11 แห่ง เพื่อยอมรับร่วมกันเรื่องการกำหนดพิกัดน้ำหนักบรรทุกรถพ่วง 7 เพลา 24 ล้อ ที่เหมาะสม ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกไปดำเนินการจ้างที่ปรึกษา ซึ่งต้องเป็นสถาบันที่มีความเป็นกลางเพื่อทำการศึกษาพิกัดน้ำหนักบรรทุกที่เหมาะสม โดยเมื่อผลการศึกษาออกมาเป็นอย่างไร ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยอมรับผลการศึกษาดังกล่าว และร่วมมือกันดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงต่อไป“ระหว่างการผ่อนผัน ผมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด จำนวน 15 คน โดยเชิญตัวแทนจากหน่วยงานราชการ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง สมาคมขนส่งที่เกี่ยวข้อง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่ประเทศ ขึ้นมาหารือเพื่อคัดเลือกสถาบันการศึกษาที่เป็นกลางเข้ามาศึกษาพิกัดบรรทุก โดยจะต้องมีการจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับทีโออาร์เพื่อดำเนินการจัดจ้างต่อไป” พล.อ.พฤณท์กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีรถพ่วง 7 เพลา 24 ล้อ ที่กรมการขนส่งทางบกจดทะเบียนถูกต้องเป็นจำนวนกว่า 2 หมื่นคัน ซึ่งการขยายเวลาผ่อนผันไป 1 ปี ถือว่าเป็นที่พอใจ เพราะผู้ประกอบการมีต้นทุน หากนโยบายเปลี่ยนก็ต้องปรับตัว ส่วนน้ำหนักบรรทุกระหว่าง 53 ตัน และ 58 ตันนั้น ไม่มีผลต่ออัตราค่าขนส่งที่ต่างกัน แต่ช่วยในการบริหารจัดการขนส่งสินค้าที่จำเป็นให้ทันต่อความต้องการได้มากขึ้น







