
สภาอุตฯจวกช่วยSMEเจอพิษค่าแรงไร้ผล
ส.อ.ท.ผิดหวังมาตรการช่วยเหลือค่าแรงเอสเอ็มอีไร้ผล ย้ำต้องใช้ยาแรงจ่ายเงินชดเชยตามที่ขอเท่านั้น เตรียมนัดหารือกกร.ดันมาตรการเงินชดเชยอีกรอบ
ส.อ.ท.ผิดหวังมาตรการช่วยเหลือค่าแรงเอสเอ็มอีไร้ผล ย้ำต้องใช้ยาแรงจ่ายเงินชดเชยตามที่ขอเท่านั้น เตรียมนัดหารือกกร.ดันมาตรการเงินชดเชยอีกรอบ
นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึง ส.อ.ท.ยังเดินหน้าเสนอมาตรการลดผลกระทบผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ300บาท/วัน เพราะรู้สึกผิดหวังกับมาตรการที่รัฐบาลประกาศออกมาที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด โดยเห็นว่าแนวทางที่ดีที่สุดคือการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างค่าแรงจะช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้เท่านั้น
ทั้งนี้จะมีการหารือร่วมกับคณะทำงานค่าแรง300บาทซึ่งทางคณะกรรมร่วมเอกชน 3 ฝ่ายได้แก่ ส.อ.ท. สภาหอการค้าไทยและสมาคมธนาคารไทย ได้ตั้งขึ้น ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อพิจารณาสรุปมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีอีกครั้งเสนอกลับไปยังรัฐบาลใหม่โดยเฉพาะมาตรการจ่ายชดเชยส่วนต่างค่าแรง ซึ่งจะมีการปรับลดวงเงินช่วยเหลือมาอยู่ที่ 2-3 หมื่นล้านบาทครอบคลุมการช่วยเหลือเอสเอ็มอี 1 ล้านคนจากเดิมที่เคยเสนอไป 5 หมื่นล้านบาทให้กับเอสเอ็มอี 2.2 ล้านคน
“ผิดหวังกับมาตรการของรัฐที่ออกมา เพราะทุกๆครั้งที่หารือกันบอกว่าจะช่วยได้ ซึ่งเรื่องสำคัญคือต้องจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างค่าแรง และก็ไม่ได้รับการชี้แจงว่าทำไมไม่ได้ ส่วนที่มีการมองว่าเอกชนเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งผมไม่เคยนำเรื่องนี้มาใช้เลยต้องถามกลับว่าใครกันแน่ที่เอาประเด็นนี้มาเล่นการเมือง และอยากถามว่าถ้ารัฐบาลอ้างว่าไม่มีเงินมาช่วยเหลือแต่อยากรู้ว่ามีอยู่เท่าไหร่”นายเจน กล่าว
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานส.อ.ท. กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรง300บาทส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมโดยรวม โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ซึ่งมาตรการที่รัฐบาลได้ออกมายังไม่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการและเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด เช่นมาตรการด้านภาษี และสินเชื่อที่ออกมานั้น ให้ประโยชน์เพียงผู้ประกอบการที่สามารถผ่านวิกฤติได้ด้วยตนเอง แต่ถ้าใครที่ผลประกอบการไม่ดีคงไม่มีสถาบันการเงินไหนอนุมัติสินเชื่อให้
ทางรัฐบาลควรกำหนดนโยบายช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้ชัดกว่านี้ เพราะเศรษฐกิจกำลังไปได้ดี ไม่อยากให้มีเหตุการณ์อะไรมาทำให้เกิดผลกระทบ โดยเตรียมหารือในที่ประชุมกกร.เร็วๆนี้ เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนนำไปเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน(กรอ.)ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในเดือนก.พ. นี้
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานส.อ.ท. กล่าวว่าทางส.อ.ท.ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการเกี่ยวกับผลกระทบการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ300บาท/วัน ทั่วประเทศ จากจำนวนกิจการ 127 แห่ง ครอบคลุม 7 อุตสาหกรรม พบว่า กิจการส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 81.10% มีเพียง 18.90 % ที่ได้รับผลกระทบน้อยมาก โดยอุตสาหกรรมก่อสร้างได้รับผลกระทบ 80% ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลังคาและอุปกรณ์ เซรามิก โรงเลื่อยและโรงอบไม้
นอกจากนี้ในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นได้รับผลกระทบ 87.50% ในกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางเพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และ กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน ได้รับผลกระทบเต็มทั้ง 100% ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและยา ได้รับผลกระทบ 72.41% กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกล ได้รับผลกระทบ 62.50% และกลุ่มอุตสาหกรรมสนับสนุนได้รับผลกระทบ 91.67%







