posttoday
ข้อคิดวางแผนภาษีกับภาษีใหม่

ข้อคิดวางแผนภาษีกับภาษีใหม่

08 มกราคม 2556

สวัสดีปีใหม่ 2556 ปีมะเส็งครับ สำหรับท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมขอถือโอกาสนี้อวยพรให้ท่านผู้อ่านและครอบครัวที่ติดตามคอลัมน์หน้าต่างบานแรกให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานตลอดปีครับ

สวัสดีปีใหม่ 2556 ปีมะเส็งครับ สำหรับท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมขอถือโอกาสนี้อวยพรให้ท่านผู้อ่านและครอบครัวที่ติดตามคอลัมน์หน้าต่างบานแรกให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานตลอดปีครับ

ขณะนี้หนังสือชุดวางแผนภาษีที่ผมเขียน 2 เล่ม ได้จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์การเงินธนาคารเรียบร้อยแล้ว คือ 10 ข้อคิดภาษี ลดภาษี (พิมพ์ครั้งที่ 1) ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการแก้ไขพิมพ์ครั้งที่ 2 พร้อมเล่มที่ 2 ที่ชื่อ “10 ข้อคิดภาษีคนทำงานและนักลงทุน” กำลังจะพิมพ์ออกจำหน่ายในร้านหนังสือชั้นนำและจะมีตามมาอีก 2 เล่มครับ เป็น 1 ชุด 4 เล่ม เรียกว่า “ชุดวางแผนภาษีกับ KU” จึงขอโอกาสโฆษณาไว้ล่วงหน้าด้วยครับ

ในโอกาสปีใหม่ที่รัฐบาลได้ออกมีมาตรการแก้ไขโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใน 3 เรื่องคือ

(1) การให้สามีภรรยาแยกยื่นภาษีได้

(2) ปรับปรุงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ลดลงและมีอัตราเพิ่มขึ้น

(3) ปรับปรุงเรื่องภาษีเงินได้ของคณะบุคคลและห้างหุ้นส่วนสามัญ

และ (4) การลดอัตราหักภาษี ณ ที่จ่าย ค่าจ้างบริการลด 3% ลง (เหลือ 2%)

ผมจึงอยากจะนำเรื่องข้อคิดการวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 3 เรื่อง และการลดอัตราหักภาษี ณ ที่จ่าย มาเล่าให้ท่านผู้อ่านเพื่อว่าจะได้วางแผนภาษีอากรได้ถูกต้อง โดยเฉพาะเงินได้ปี 2555 ที่ต้องยื่นภายในวันที่ 31 มี.ค. 2556 และเพื่อการวางแผนเงินได้ในปี 2556 และต่อไป (แต่ท่านต้องรอรายละเอียดกฎหมายที่จะออกในปี 2556)

1.สามีและภริยาแยกยื่นรายการ ปีภาษี 2555 (ยื่นรายการวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2556) เป็นต้นไป

โดยผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2555 และพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2555 โดยได้มีการยกเลิกการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากสามีและภรรยาที่กำหนดให้เงินได้ของภรรยาถือเป็นเงินได้ของสามีและภริยาจะต้องใช้สิทธิการยื่นเสียภาษีในนามสามี

สำหรับเงินได้นอกจากเงินเดือน ค่าจ้าง ตามมาตรา 40 (1) และมีการแก้ไขเพิ่มเติมวิธีการจัดเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยาให้เป็นไปตามภายใต้หลักความเสมอภาค โดยสามีไม่จำเป็นต้องนำเงินได้ของภรรยามารวมเพื่อยื่นเสียภาษีในนามสามี เป็นผลให้สามีและภรรยาสามารถแยกยื่นหรือรวมยื่นภาษีก็ได้ 3 แบบ มีผลตั้งแต่การยื่นแบบแสดงรายการ เพื่อเสียภาษีของปีภาษี 2555 (ที่จะต้องยื่นแบบระหว่างวันที่ 1 ม.ค.31 มี.ค. 2556) เป็นต้นไป

การใช้สิทธิยื่นภาษีของสามีภรรยา ปีภาษี 2556 (วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2557)

1.แยกยื่นภาษีอย่างเด็ดขาด

2.ยื่นรวมกันสำหรับเงินได้ทุกประเภท โดยยื่นในนามสามีหรือภรรยาก็ได้

3.แยกยื่นเฉพาะเงินได้ประเภท 40 (1) เงินได้จากการจ้างแรงงานและรวมยื่นสำหรับเงินได้ประเภทอื่น โดยยื่นในนามสามี หรือในนามภรรยาก็ได้

เมื่อเลือกแบบใดแล้ว ต้องเลือกแบบนั้นตลอดไป จะเปลี่ยนไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี ส่วนการหักค่าลดหย่อนบุตรนั้นสามีและภรรยาก็สามารถหักลดหย่อนบุตรได้เต็มจำนวนด้วยการแยกยื่นวิธีที่ 1 จะทำให้คู่สมรสสามารถกระจายฐานภาษีเงินได้และสามารถขอคืนภาษีได้มากขึ้น

ผมเห็นว่าคู่สมรสที่มีรายได้ควรแยกยื่นทุกกรณี ตัวอย่างเช่น หากการวางแผนภาษีให้รายได้ของคู่สมรสคนใดคนหนึ่งให้มีเงินได้สุทธิหลังหักรายจ่ายและค่าลดหย่อนให้อยู่ในอัตรา 1.5 แสนบาท เงินปันผลถูกหักภาษีในอัตรา 10% หรือดอกเบี้ยที่ถูกหักไว้ 15% ก็สามารถขอคืนภาษีเงินได้โดยการเครดิตภาษีและภาษีดอกเบี้ยและหากมีเงินได้สุทธิเกิน 1.53 แสนบาท ก็ยังขอคืนเครดิตภาษีดอกเบี้ยได้อีก 10% เครดิตภาษีสำหรับเงินปันผล

2.อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและขั้นเงินได้ใหม่ 5-35% สำหรับปีภาษี 2556 เป็นต้นไป

ในเรื่องนี้จะต้องมีการตราพระราชบัญญัติกำหนด หรือ พ.ร.บ. เพื่อให้ปรับเปลี่ยนอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเดิม 10-37% เป็น 5-35% (เงินได้สุทธิ 1.5 แสนบาทแรก ได้รับยกเว้นภาษีเช่นเดิม) และเพิ่มขั้นเงินได้จากเดิม 5 ขั้น ให้ถี่ขึ้นเป็น 8 ขั้น โดยผู้ที่มีเงินได้สุทธิไม่เกิน 3 แสนบาท จะเสียภาษีลดลงจากเดิมถึง 50% จากเดิม

แต่ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็จะอยู่ในอัตราที่สูงกว่าบริษัทอยู่ดี โดยเฉพาะบริษัท SME ที่เสียภาษีในอัตรา 15% 20% และหากต้องจ่ายเงินปันผลและเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ก็จะทำให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าของบริษัทจะเสียภาษีสุทธิเท่ากับ 28 เปอร์เซ็นต์ แต่ของบุคคลธรรมดา ที่มีเงินได้สุทธิเกิน 4 ล้านบาท จะเสียภาษีสูงสุด 35%

เช่น ถ้ามีเงินได้สุทธิ 10 ล้านบาท จะเสียภาษีสุทธิ 30.65% ต่างกับ 2.65% โดยหากรัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบ จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่ปีภาษี 2556 (ยื่นแบบวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2557) เป็นต้นไป

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร