posttoday
เวียดนามเตรียมยกเครื่องส่งเสริมการลงทุน

เวียดนามเตรียมยกเครื่องส่งเสริมการลงทุน

24 ธันวาคม 2555

ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

เดิมเวียดนามนับเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในด้านเศรษฐกิจการลงทุน มีการลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้พัฒนาอุตสาหกรรมอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา การลงทุนจากต่างประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมในปี 2551 มีตัวเลขจดทะเบียนสูงถึง 7.17 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปี 2555 น่าจะไม่ถึงเป้าหมาย 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากเหตุผลหลายประการ

ประการแรก การแข่งขันชักจูงการลงทุนจากคู่แข่งสำคัญ คือ จีน ไทย อินโดนีเซีย และคู่แข่งสำคัญล่าสุดที่กำลังมาแรง คือ เมียนมาร์

ประการที่สอง ปัญหาในด้านเศรษฐกิจมหภาค มีปัญหาเงินเฟ้อสูง ปัญหาหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อัตราแลกเปลี่ยนที่ค่าเงินด่องอ่อนค่าลง แม้ในระยะหลังรัฐบาลเวียดนามสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ค่อนข้างมาก แต่นักลงทุนยังไม่มั่นใจ

ประการที่สาม การปรับปรุงสิทธิและประโยชน์ด้านส่งเสริมการลงทุนหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อปลายปี 2551 มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 ม.ค. 2552 เป็นต้นมา ได้ลดสิทธิและประโยชน์ลงไปมาก โดยปัจจุบันเฉพาะบริษัทก่อตั้งใหม่ในกิจการเทคโนโลยีสูงกิจการวิจัยและพัฒนา กิจการซอฟต์แวร์ กิจการโครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดโดยนายกรัฐมนตรี กิจการที่ตั้งในพื้นที่ซึ่งมีความยากลำบากทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมากตามที่กำหนด หรือตั้งกิจการในเขตเศรษฐกิจ หรือเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงที่ได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ถึงอยู่ในข่ายยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 4 ปี และลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 9 ปี และเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราพิเศษ 10% เป็นเวลา 15 ปี สำหรับกิจการทั่วไปไม่ได้รับสิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากรแต่อย่างใด

จากปัญหาข้างต้น ทำให้หลายบริษัทตัดสินใจชะลอการลงทุนในเวียดนามออกไปก่อน จนกว่าจะได้รับสิทธิและประโยชน์เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งบางรายต่อรองเป็นผลสำเร็จ เป็นต้นว่า บริษัท ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์เวียดนาม ได้รับอนุมัติการส่งเสริมในปี 2551 ในโครงการลงทุน 670 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อผลิตโทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ฯลฯ ที่จังหวัดบั๊กนิญ (Bac Ninh) โดยได้รับยกเว้นภาษิเงินได้นิติบุคคล 4 ปี และลดหย่อนกึ่งหนึ่ง เป็นเวลา 9 ปี และเสียภาษีเงินได้ในอัตรา 10% แทนที่จะเป็นอัตราปกติ 25% เป็นเวลา 15%

ต่อมาในปี 2553 บริษัท ซัมซุง ได้ประกาศลงทุนเพิ่มเติมอีก 830 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมเป็น 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งตามหลักเกณฑ์ปกติกิจการในส่วนขยายจะไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้แต่อย่างใด แม้ว่าจะเป็นโครงการเทคโนโลยีสูงเช่นเดิมก็ตาม ทำให้ต้องชะลอโครงการออกไปก่อน ภายหลังเจรจาต่อรองยาวนานถึง 2 ปี ซัมซุงได้ยื่นคำขาดเมื่อเดือน ก.ค. 2555 ว่าหากไม่ได้รับสิทธิและประโยชน์ ก็จะไม่ลงทุน ในที่สุดเมื่อเดือน ต.ค. 2555 รัฐบาลเวียดนามได้อนุมัติให้โครงการขยายกิจการของซัมซุงได้รับสิทธิและประโยชน์ด้วย โดยโครงการใหม่ห่างจากโครงการเดิมที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดบั๊กนิญ โดยภายหลังก่อตั้งโครงการใหม่แล้ว จะควบรวมเข้ากับโครงการเดิมโดยทันที

ขณะเดียวกันภาคธุรกิจขอให้รัฐบาลปรับปรุงในประเด็นต่างๆ หลายประการที่ไม่จูงใจให้เกิดการลงทุน

ประเด็นแรก ขอให้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 25% เหลือ 20% เพื่อกระตุ้นการลงทุน ซึ่งกระทรวงการคลังของเวียดนามได้แถลงเมื่อกลางเดือน ธ.ค. 2555 เห็นชอบกับข้อเสนอ โดยจะเสนอต่อสมัชชาแห่งชาติปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลง แต่จะลดลงเล็กน้อย 2% เหลือ 23% ไม่ใช่ลดลง 5% เหลือ 20% ตามที่ขอมา

ประเด็นที่สอง ขอให้กิจการขยายกิจการได้รับสิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากรเป็นการทั่วไปเช่นเดียวกับการลงทุนใหม่ ไม่ใช่หลักเกณฑ์ปัจจุบันที่ต้องขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษเป็นกรณีๆ ไป ซึ่งยุ่งยาก ไม่จูงใจให้บริษัทที่ตั้งกิจการอยู่แล้วในเวียดนามให้ขยายกิจการ ซึ่งกระทรวงการคลังของเวียดนามได้แถลงเมื่อกลางเดือน ธ.ค. 2555 ว่าเห็นชอบกับข้อเสนอนี้ โดยจะเสนอต่อสมัชชาแห่งชาติเกี่ยวกับปรับปรุงกฎหมายให้สิทธิและประโยชน์ครอบคลุมถึงกรณีขยายกิจการ

ประการที่สาม ขอให้กิจการทั่วไปที่ตั้งในเขตอุตสาหกรรม เขตส่งออก เขตอุตสาหกรรมไฮเทค ฯลฯ ได้รับสิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากรด้วย ในประเด็นนี้กระทรวงวางแผนและการลงทุน (MPI) ซึ่งรับผิดชอบงานส่งเสริมการลงทุนของเวียดนามมีแนวโน้มเห็นชอบด้วย แต่กระทรวงการคลังยังไม่มีท่าทีชัดเจนว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่

ประการที่สี่ ขอให้ขยายบัญชีกิจการเทคโนโลยีสูงที่ได้รับสิทธิและประโยชน์พิเศษ ให้ครอบคลุมกิจการอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ยานยนต์ ฯลฯ ซึ่งภาคธุรกิจเห็นว่านับเป็นกิจการเทคโนโลยีสูงเช่นเดียวกัน เนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีและแรงงานทักษะจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงการคลังยังไม่มีท่าทีชัดเจนว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่

การปรับปรุงสิทธิและประโยชน์ของเวียดนามข้างต้นนับเป็นเรื่องจับตามองสำหรับประเทศไทย เนื่องจากจะส่งผลให้หลายบริษัทชั้นนำของโลก ซึ่งปัจจุบันชะลอการลงทุนเอาไว้ก่อน มีแนวโน้มกลับมาสนใจลงทุนในเวียดนามอีกครั้งหนึ่งภายหลังการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้จูงใจมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร