posttoday
อาร์เอสทีเอ ผุด "เมืองราชประสงค์" เทียบชั้นมหานครช็อปปิ้งระดับโลก

อาร์เอสทีเอ ผุด "เมืองราชประสงค์" เทียบชั้นมหานครช็อปปิ้งระดับโลก

21 ธันวาคม 2555

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

“กรุงเทพมหานคร” ได้รับการจัดให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของโลก World’s Best Awards ประจำปี 2012 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึงรางวัลเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเอเชีย จากการสำรวจของ Travel + Leisure World’s Best Award 2012 ซึ่งรางวัลดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งใบเบิกทางสำคัญในการผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นสวรรค์นักช็อปของทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่เตรียมตบเท้าเข้ามาพักผ่อนเพิ่มมากขึ้นทุกปี

โดยเฉพาะการเนรมิตทำเลย่าน “ราชประสงค์” ให้กลายเป็น “เมืองราชประสงค์” หรือ “มหานครราชประสงค์” ให้เป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กสำคัญในการปั้นกรุงเทพฯ สู่เป้าหมายดังกล่าว เนื่องจากถือเป็นสี่แยกเศรษฐกิจสำคัญลำดับต้นๆ ของประเทศ ที่กำลังถูกพัฒนาและยกระดับขึ้นสู่การเป็นมหานครแหล่งจับจ่ายซื้อสินค้าระดับโลกในเร็วๆ นี้

ชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (อาร์เอสทีเอ) กล่าวถึงแผนดำเนินงานของสมาคมใน 2 ปีนับจากนี้ ต้องการให้บริเวณย่านราชประสงค์ ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 100 ไร่ ให้กลายเป็น “เมืองราชประสงค์” หรือ “มหานครราชประสงค์” ที่มีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม ห้างค้าปลีก ที่อยู่อาศัย ร้านค้าต่างๆ และสวนสาธารณะ

ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเปิดสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งเหลืออีกเพียง 2 ปี นับจากนี้ พร้อมผลักดันให้ย่านราชประสงค์เป็นแหล่งช็อปปิ้งระดับโลก โดยแผนลงทุนที่เกิดขึ้นใหม่ในย่านนี้มีทั้งกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แมกโนเลีย ที่เตรียมสร้างคอนโดมิเนียมและโรงแรมแห่งใหม่บริเวณใกล้แยกราชประสงค์

รวมไปถึงกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อารียา พรอพเพอร์ตี้ ที่เตรียมสร้างโรงแรมแบรนด์ใหม่ บริเวณสถาบันสอนภาษาเอยูเอเดิม รวมทั้งกลุ่มค้าปลีก แพลทินั่ม ได้สิทธิการเช่าและพัฒนาที่ดินบริเวณศูนย์การค้าบางกอกบาซาร์เดิม ริมถนนราชดำริ มีพื้นที่ประมาณ 18 ไร่ และกลุ่มศูนย์การค้าเกษร ที่เตรียมจะสร้าง เกษร เฟส 2 และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เตรียมสร้างสวนสาธารณะ พื้นที่ 20 ไร่ บริเวณด้านหลังโรงเรียนวัดปทุมวนาราม ซึ่งที่ดินส่วนใหญ่ในย่านนี้จะเป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

นอกจากนี้ สมาคมยังได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการ ใช้งบลงทุน 400 ล้านบาท ทำโครงการ แบงค็อก สกายไลน์ โดยเฟสแรก ได้ขยายความกว้างของ สกายวอล์ก ระยะ 200 เมตร ใช้งบลงทุน 70 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ก่อสร้างเสร็จแล้ว พร้อมขยายความกว้างของสกายวอล์ก ตั้งแต่บริเวณศูนย์การค้าเกษร และศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า จากเดิม 8 เมตร เป็น 10 เมตร

ขณะเดียวกันยังได้ปรับความสูงของเพดานเป็น 2.8 เมตร ปรับทางเดินให้ทันสมัยมากขึ้น ส่วนเฟสที่ 2 จะสร้างสกายวอล์ก จากบริเวณศูนย์การค้าเกษรไปจนถึงห้างค้าส่งค้าปลีก แพลทินั่ม ความยาว 500 เมตร มีความกว้างของถนน 6 เมตร จะเริ่มก่อสร้างไตรมาสแรกปี 2556 หลังจากได้รับการอนุญาตจาก กทม. ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้บริเวณราชประสงค์มีความสวยงามมากขึ้นและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการมากขึ้น

พร้อมกันนี้ สมาคมยังต้องการเสนอให้หน่วยงานภาครัฐ และ กทม. เร่งปรับระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า และทางเดินเท้า ให้มีความกว้างและสะดวกมากขึ้น พร้อมกับจัดระบบแผงลอยให้เป็นระเบียบ เพื่อผลักดัน กทม. ก้าวสู่เมืองที่มีระเบียบเทียบเท่ากับประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง รวมทั้งมีการผลักดัน พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ออกมาใช้ได้โดยเร็วที่สุด

จากแนวโน้มดังกล่าวที่ทำงานร่วมกันทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ คาดว่าภายในปี 2558 บริเวณราชประสงค์ จะพลิกโฉมใหม่ทั้งหมด มีพื้นที่ค้าปลีกใหม่เพิ่มขึ้น 7080% จากปัจจุบันมีพื้นที่คิดเป็น 1.02 ล้าน ตร.ม. กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก และเป็นเมืองใหม่ เพราะมีจุดเด่นที่มีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม ที่อยู่อาศัย ค้าปลีก สวนสาธารณะ และร้านค้ามากมายที่มีราคาถูก

“ในย่านนี้ยังมีจุดเด่นมากกว่าประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง คือ เป็นแหล่งที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือองค์เทพ รวม 7 องค์ และคนไทยมีอัธยาศัยดี จึงช่วยต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี” ชาย กล่าว

ขณะที่ย่านราชประสงค์เอง ถือว่ามีจุดเด่นที่เหนือกว่าแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังในเอเชีย ทั้งสิงคโปร์และฮ่องกง เพราะมีโรงแรมระดับ 5 ดาว ราคาถูกเพียงคืนละ 130150 เหรียญสหรัฐ ส่วนสิงคโปร์และฮ่องกง มีราคาโรงแรมระดับ 5 ดาว อยู่ที่คืนละ 300 เหรียญสหรัฐ

“ราคาสินค้าอาหารในไทยก็ถูกกว่าประเทศอื่นๆ นิสัยของคนไทยอัธยาศัยดีจึงช่วยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และอัตราค่าแรงงานของไทยก็ถูกมาก เชื่อมั่นว่าในปี 2558 ราชประสงค์จะกลายเป็นมหานครใหญ่ที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก และกลายเป็นเมืองที่มีการเติบโตเทียบเท่ากับนิวยอร์ก ลอนดอน และโตเกียว” ชาย กล่าว

สำหรับการเปิดเออีซี ในปี 2558 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในย่านนี้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยในปี 2556 คาดจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 35% หรือประมาณ 3.5 แสนคนต่อวัน จากปีนี้ที่มีนักท่องเที่ยวประมาณ 2.6 แสนคนต่อวัน โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติมีทั้งจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง อินโดนีเซีย อินเดีย และรัสเซีย

การจัดงานเคาต์ดาวน์ปีใหม่ที่ราชประสงค์และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ในชื่อ “แบงค็อก เคาต์ดาวน์ 2013” ปีนี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาร่วมเคาต์ดาวน์ประมาณ 4 แสน5 แสนคน จากปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในย่านนี้ประมาณ 2 แสน3 แสนคนต่อวัน

ขณะเดียวกันสมาคมได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ทั้งการมีทีม รปภ.รวม 1,000 คน ตำรวจ 1,500 นาย และเจ้าหน้าที่ 400 คน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร