
รถคันแรก "แหกโค้ง" อุ้มผู้ประกอบการ
โครงการรถคันแรกเป็นหนึ่งในนโยบายประชานิยมที่หาเสียงตอนเลือกตั้ง และรัฐบาลได้ดำเนินการทันทีที่เข้ามาเป็นรัฐบาล โดยดีเดย์เปิดโครงการตั้งแต่เดือน ต.ค. 2554
โครงการรถคันแรกเป็นหนึ่งในนโยบายประชานิยมที่หาเสียงตอนเลือกตั้ง และรัฐบาลได้ดำเนินการทันทีที่เข้ามาเป็นรัฐบาล โดยดีเดย์เปิดโครงการตั้งแต่เดือน ต.ค. 2554
โครงการรถคันแรกจะคืนเงินให้กับผู้ซื้อเท่ากับภาษีสรรพสามิตที่รถคันนั้นเสียอยู่ แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท
นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขว่าผู้ที่ซื้อรถคันแรกต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 21 ปี การซื้อรถต้องถือครอง 5 ปี และจะได้เงินคืนหลังจากซื้อรถแล้ว 1 ปี หากครอบครองรถไม่ถึง 5 ปี ต้องคืนเงินที่ได้รับไปให้กับกรมสรรพสามิต
โครงการรถคันแรกมีกำหนดจะสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธ.ค. 2555 เดิมกำหนดว่าจะต้องมีการซื้อรถและโอนรถยนต์ก่อนสิ้นอายุโครงการจึงจะได้สิทธิรถคันแรก
ทว่าโครงการรถคันแรกเจอมรสุมน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ทำให้เกิดการสะดุดอย่างแรง ทั้งประชาชนชะลอการซื้อและผู้ประกอบการรถยนต์มีปัญหาผลิตรถยนต์ไม่ได้ เนื่องจากโรงงานได้รับความเสียหายหนักจากน้ำท่วม
ปัญหาดังกล่าวทำให้ยอดใช้สิทธิรถยนต์คันแรกมีจำนวนน้อยหลักไม่กี่พันคัน ห่างจากเป้าที่รัฐบาลกำหนดไว้ 5 แสนคัน เป็นเงินที่ต้องจ่ายคืน 3 หมื่นล้านบาท
ครั้นพอยอดจองของผู้ซื้อกระเตื้องขึ้น มียอดจองรถหลายหมื่นจนหลายแสนคัน ก็มีปัญหาผู้ประกอบการไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ได้ภายในปี 2555 ตามที่เงื่อนไขกำหนด
ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจครั้งสำคัญผ่อนปรนเงื่อนไขรถยนต์คันแรก โดยที่ให้ผู้ซื้อใช้ใบจองรถยนต์มายื่นใช้สิทธิรถคันแรกได้เลย โดยที่ไม่จำเป็นต้องรับมอบรถยนต์ภายในปี 2555
การผ่อนปรนครั้งนี้ ทำให้ยอดการใช้สิทธิรถยนต์คันแรกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 1 แสนคัน ผ่านไป 2 แสนคัน จนผ่านไป 5 แสนคันในเวลาอันรวดเร็วไม่กี่เดือน
ล่าสุด มีคนใช้สิทธิรถคันแรกแล้ว 9.1 แสนคัน คิดเป็นเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท คาดว่าถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2555 จะมีคนใช้สิทธิ 1 ล้านคน เป็นเงินที่ต้องคืนกว่า 7 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าที่รัฐบาลตั้งไว้ถึงเท่าตัว เหตุผลสำคัญมาจากการปลดล็อกการส่งมอบที่ไม่กำหนดเวลา ขอให้นำใบจองมายื่นใช้สิทธิให้ทันภายในปีนี้เท่านั้น
การปลดล็อกส่งมอบรถยนต์นอกจากเป็นประโยชน์กับผู้ซื้อรถคันแรกแล้ว ยังเป็นช่องการตลาดขายรถของผู้ประกอบการอีกด้วย โดยค่ายรถยนต์พยายามผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกมาขายให้ผู้ซื้อจองรถยนต์ใช้สิทธิคันแรกจำนวนมาก ทำให้ยอดการซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
อย่างไรก็ตาม การปลดล็อกเกิดช่องว่างทำให้ค่ายรถยนต์โตโยต้าที่ผลิตรถยนต์รุ่น นิว วีออส เพียงคันเดียวไปเสียภาษีสรรพสามิต เพื่อให้ได้สิทธิรถคันแรก หลังจากนั้นก็ไปแจกโบรชัวร์ขายรถยนต์โดยที่ไม่มีรถให้ผู้ประกอบการดู จนเป็นปัญหาไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายอื่น
ปัญหานี้ไม่น่าเกิด หากกรมสรรพสามิตตรวจสอบให้รอบคอบก็รู้อยู่เต็มหัวอกว่ารถยนต์รุ่นเจ้าปัญหา ค่ายรถยนต์ใหญ่ไม่ควรได้สิทธิรถคันแรกตั้งแต่ต้น เพราะไม่เข้าตามเงื่อนไขว่ามีการผลิตซื้อขายกันจริงภายในปีนี้ พูดง่ายๆ ว่ารถที่จะได้รับสิทธิรถคันแรกต้องมีการผลิตและซื้อขายมาก่อนหน้านี้แล้ว
เมื่อเกิดปัญหา แทนที่กรมสรรพสามิตหรือกระทรวงการคลัง ควรจะตัดสิทธิรถดังกล่าวให้ไม่ได้สิทธิ แต่กลับไปช่วยเหลือกันให้มีการผลิตมาเพิ่มเติม เสียภาษีสรรพสามิตประมาณ 70 คัน ทำเหมือนว่ามีการผลิตขายจริงแล้ว ให้ดูไม่น่าเกลียดเหมือนเดิมที่ผลิตมาแค่คันเดียว
แต่ปัญหาก็ยังไม่จบ เพราะการทำเช่นนั้นกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตก็ไม่สามารถตอบได้ว่ารถยนต์ดังกล่าวมีการซื้อขายใช้กันจริงภายในปีนี้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้หรือไม่
เมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้ประกอบการไม่ได้ทำตามเงื่อนไข ก็ไม่ควรได้รับสิทธิ แต่เมื่อผู้ประกอบการได้รับสิทธิทั้งๆ ที่ไม่ควรได้ ทำให้ถูกมองว่ามีความไม่ชอบมาพากลในการขออนุมัติของผู้ประกอบการ และการอนุมัติของรัฐบาลในรถยนต์คันแรกเกิดขึ้น
ทั้งๆ ที่รัฐบาลพูดย้ำตลอดเวลาว่าโครงการรถคันแรกเป็นการช่วยผู้ซื้อรถยนต์ แต่เวลาผ่านไปกลับกลายเป็นว่าโครงการนี้เป็นการช่วยผู้ประกอบการ ช่วยกันชนิดดูไม่ดีและไม่ควรเกิดขึ้น
ต้องไม่ลืมว่าโครงการนี้ใช้เงินถึง 67 หมื่นล้านบาท เป็นเงินจำนวนมากกว่างบก่อสร้างรถไฟฟ้าในหลายเส้นทาง ซึ่งว่าไปแล้วโครงการนี้ไม่ควรมีตั้งแต่ต้น เพราะนอกจากเสียเงินจำนวนมาก ยังมีปัญหาอื่นตามมาอีกมาก โดยเฉพาะปัญหาการจราจรที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ
แต่เมื่อเลยเถิดแล้ว เพราะรัฐบาลต้องการหาเสียงมากกว่าคำนึงถึงผลเสียหายที่จะตามมา รัฐบาลก็ควรทำให้เม็ดเงินที่เสียหายไปตกอยู่ในมือของผู้ซื้อรถมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
อย่าให้โครงการรถยนต์คันแรกซ้ำรอยจำนำข้าวที่เสียหายเป็นแสนล้านบาท และพบว่าเงินส่วนใหญ่ตกอยู่กับนายทุนผู้ประกอบการและนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง
ไม่แน่อาจจะต้องมาสาละวนกับการฟ้องร้องของผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ที่หลายรายจ่อคิวจ้างทนายให้ฟ้องร้องกรมสรรพสามิต
เราเตือนคุณแล้วว่าการแหกโค้งของรถคันแรกนั้นอันตราย...







