
จับตาปริมาณเงินไหลเข้าซื้อหุ้น
....วารุณี สิทธิถาวร
ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในช่วง 32.132.5 บาท/เหรียญสหรัฐ หลังปรับตัวในช่วง 32.2232.55 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า หลังจากความต้องการซื้อเงินเหรียญสหรัฐของภาคเอกชนจะเริ่มชะลอลงเมื่อหลังผ่านช่วงปลายเดือนไปแล้ว ทำให้เงินบาทมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น
อย่างไรก็ดี สัปดาห์นี้ยังต้องติดตามว่านักลงทุนต่างชาติจะยังคงเข้าซื้อในตลาดหุ้นไทยต่ออีกหรือไม่ หลังจากในรอบนี้นักลงทุนต่างชาติมีการซื้ออย่างต่อเนื่องนับจากวันที่ 22 ก.พ. เป็นต้นมา โดยมองว่าสภาพคล่องในระบบการเงินที่อยู่ในระดับสูงจากการที่ธนาคารกลางของประเทศอุตสาหกรรมหลักทั้งสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ ประกอบกับ พื้นฐานเศรษฐกิจในเอเชียที่ปรับตัวขึ้นชัดเจนกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ยังคงเป็นปัจจัยดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคและตลาดหุ้นไทย
อีกประเด็นที่ต้องจับตาการเคลื่อนไหวของทางการจีน หลังจากในช่วงปลายสัปดาห์มีรายงานข่าวว่า ปริมาณการปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์ของจีนยังคงพุ่งสูงขึ้น และอาจแตะระดับ 1 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นจาก 7 แสนล้านหยวนในเดือน ก.พ. ซึ่งอาจทำให้ทางการจีนมีการออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมสภาพคล่องในระบบการเงินของประเทศ โดยปัจจัยดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อภาวะการลงทุนและการเคลื่อนไหวของค่าเงินภูมิภาค
สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าที่ 32.2732.68 บาท/เหรียญสหรัฐ จากสัปดาห์ก่อนหน้านั้นอยู่ที่ 32.2232.55 บาท/เหรียญสหรัฐ จากแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐจากกลุ่มผู้นำเข้า หลังจากเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบกับความต้องการเงินเหรียญของภาคธุรกิจเอกชนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงใกล้สิ้นเดือน
ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทเปิดทรงตัวที่ระดับ 32.32 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพุธ ก่อนเริ่มอ่อนค่าลงในช่วงต่อมา เนื่องจากยังมีแรงซื้อเงินเหรียญของบริษัทเอกชนเข้ามาอย่าต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังคงปรับตัวสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของค่าเงินภูมิภาคที่อ่อนค่าลงเป็นส่วนใหญ่ และไม่ได้รับประโยชน์มากนักจากการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นภูมิภาค โดยค่าเงินเอเชียมีการปรับตัวลงทางเทคนิคหลังจากที่ปรับแข็งค่าขึ้นมากในช่วงก่อนหน้า อีกทั้งการซื้อขายยังเป็นไปอย่างระมัดระวังในช่วงก่อนการประชุมสุดยอดกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ในช่วงปลายสัปดาห์ว่าจะมีแผนดำเนินการช่วยเหลือทางการเงินให้แก่กรีซหรือไม่ ทั้งนี้เงินบาทยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า และร่วงสู่ระดับ 32.38 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี โดยได้รับผลกระทบจากการทะยานขึ้นของเงินเหรียญ เนื่องจากนักลงทุนมีการกลับเข้าซื้อเหรียญสหรัฐมากขึ้น ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของกรีซและฐานะการคลังของประเทศสมาชิกอื่นๆ ในยุโรป โดยเฉพาะโปรตุเกส เนื่องจากฟิทช์ เรตติ้ง มีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อของโปรตุเกสจากระดับ AA ลงไปที่ AA โดยมีแนวโน้มเชิงลบ ซึ่งเป็นการปรับลดในช่วงก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอียูที่จะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งยิ่งเป็นการกระตุ้นความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับสถานะการคลังของประเทศสมาชิกกลุ่มยุโรปและทำให้นักลงทุนมีการพิจารณาอีกครั้งเกี่ยวกับความยั่งยืนของยูโรโซน
อย่างไรก็ดี ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่สามารถทำให้ความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับปัญหาทางการคลังของประเทศในกลุ่มยูโรโซนหมดลงไป เห็นได้จากการร่วงลงของตลาดหุ้นเอเชียและดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันศุกร์ ฉุดให้เงินบาทร่วงสู่ระดับ 32.42 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์







