posttoday
แผน3ปีโค้กในไทยอัด1.4หมื่นล้านรับน้ำดำเดือด

แผน3ปีโค้กในไทยอัด1.4หมื่นล้านรับน้ำดำเดือด

15 ธันวาคม 2555

“ปีหน้าจะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นและเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตลาดน้ำอัดลมไทยมูลค่า 4.3 หมื่นล้านบาท จากการแข่งขันที่รุนแรงของ 3 รายใหญ่ในตลาด แต่เรายังมั่นใจในความแข็งแกร่งของแบรนด์โค้ก และพาร์ตเนอร์อย่างไทยน้ำทิพย์” นี่เป็นคำกล่าวของ อาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท โคคาโคลา (ประเทศไทย)

“ปีหน้าจะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นและเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตลาดน้ำอัดลมไทยมูลค่า 4.3 หมื่นล้านบาท จากการแข่งขันที่รุนแรงของ 3 รายใหญ่ในตลาด แต่เรายังมั่นใจในความแข็งแกร่งของแบรนด์โค้ก และพาร์ตเนอร์อย่างไทยน้ำทิพย์” นี่เป็นคำกล่าวของ อาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท โคคาโคลา (ประเทศไทย)

ที่กล่าวเช่นนี้เพราะการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่อย่างแบรนด์เอส (est) ที่โค้กยอมรับว่ามีความแข็งแกร่งด้านการกระจายสินค้าอย่างมากในประเทศไทย ซึ่งหลังจากเอสเข้ามาสู่ตลาดในเวลา 1 เดือน สามารถกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องรอดูผลตอบรับจากลูกค้า ขณะที่เป๊ปซี่เองหลังจากยุติการเป็นพันธมิตรกับเสริมสุข ทำให้เป๊ปซี่เองก็ต้องทำการบ้านหนักเช่นกัน ดังนั้นในปีหน้าตลาดน้ำอัดลมจะคึกคักและมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อช่วงชิงยอดขาย

อย่างไรก็ตาม สำหรับโค้กยังเดินหน้าลุยตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้พันธกิจและนโยบายจากบริษัทแม่ที่วางเป้าหมายระยะยาว 10 ปี (2553-2563) ที่ให้ทุกตลาดเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าเท่าตัว เช่น ตลาดในประเทศไทยที่มีอัตราการบริโภคของลูกค้าปีละ 100 ล้านขวด ต้องเพิ่มเป็น 200 ล้านขวด ในปี 2563 เป็นต้น

ดังนั้น โคคาโคลาฯ จึงพร้อมทุ่มทุนเพื่อขยายการผลิตและทำการตลาดในประเทศไทยทุกปี ทั้งในกลุ่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่ไม่ใช่น้ำอัดลม โดยวางงบลงทุนเพิ่มอีก 1.4 หมื่นล้านบาท ใน 3 ปี (2555-2558) สำหรับขยายกำลังการผลิตเพิ่มไลน์ผลิตสินค้าใหม่และอาจรวมถึงการพิจารณาตั้งโรงงานแห่งใหม่อีกด้วย

นอกจากนี้ โคคาโคลาฯ ยังติดอันดับท็อป 20 ของยอดขายสูงสุดของโคคาโคลาฯ ทั่วโลก จาก 5 ปีก่อนอยู่ที่อันดับ 20 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศไทย ที่บริษัทแม่ให้ความสำคัญอย่างมากในการทุ่มงบลงทุนอย่างต่อเนื่อง

“ไทยน้ำทิพย์พิสูจน์ให้โคคาโคลาฯ เห็นแล้วว่ามีศักยภาพอย่างมาก ทั้งการผลิต การกระจายสินค้า และการสร้างความสำเร็จให้สินค้าใหม่ โดยเฉพาะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ที่สามารถแจ้งเกิดสินค้าใหม่อย่าง มินิทเมด น้ำทิพย์ ได้อย่างน่าพอใจ” อาร์ชวัส กล่าว

นอกจากนี้ โค้กยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้ระบบพรีเซลในการเข้าถึงร้านค้า ซึ่งช่วยให้พนักงานขายของโค้กมีเวลาอยู่กับร้านค้าได้นานขึ้น ส่งสินค้าได้รวดเร็วมากขึ้นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ซึ่งจะมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายให้เพิ่มขึ้นด้วย ควบคู่กับการทำตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อผู้บริโภค

สำหรับตลาดน้ำอัดลมเมืองไทยในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-พ.ย. 2555) พบว่า มีการเติบโต 13% ซึ่งเป็นการเติบโตมากที่สุดในรอบ 5-6 ปี จากการแข่งขันของผู้ประกอบการในตลาด และการฟื้นตัวจากภาวะน้ำท่วมในปี 2554 และคาดว่าปีหน้าตลาดจะเติบโตประมาณ 78%

“ตลาดน้ำดำจากนี้จะเป็นตัวเลขส่วนแบ่งตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยหลักๆ ที่เป๊ปซี่เลิกทำตลาดขวดแก้ว ซึ่งยังเป็นช่องทางหลักที่ครองส่วนแบ่ง 6070% ในตลาดเมืองไทย และการเข้ามาของเอสที่ต้องจับตามอง” อาร์ชวัส กล่าว

ขณะที่ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจโคคาโคลาฯ ในปีนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากโดยเติบโตมากกว่าตลาด หรือเติบโต 23% โดยผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมเติบโตเพิ่มขึ้น 24% และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่อัดลม ประกอบด้วย น้ำดื่มน้ำทิพย์และน้ำผลไม้มินิทเมดเติบโต 14% และสามารถสร้างส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 55%

อาร์ชวัส กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมในปี 2556 บริษัทยังคงยึดธีม “ต้องซ่า ต้องกล้า ต้องโค้ก” ภายใต้แคมเปญ “เปิดความสุขให้ชีวิต” โดยจะเน้นจับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นและจะรุกกิจกรรมการตลาดตลอดทั้งปี เพื่อความใกล้ชิดกับผู้บริโภคและเสริมความแข็งแกร่งด้าน “ความชื่นชอบที่มีต่อเครื่องดื่มโค้ก”

แผนงานทั้งหมดที่วางไว้จะดำเนินการภายใต้เป้าหมายการรักษาความเป็นผู้นำตลาดในทุกด้าน ทั้งด้านตัวเลขยอดขาย การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในตลาด ไม่ว่าจะเป็นขนาด รสชาติ หรือแพ็กเกจจิง รวมถึงการกระจายสินค้า ซึ่งโคคาโคลาฯ มั่นใจว่า ตลาดน้ำอัดลมในประเทศไทยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากในอนาคต

ที่สำคัญโค้กประกาศชัดเจนว่า แม้จะมีคู่แข่งแบรนด์ใหม่เข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดสำหรับโค้กคือการแข่งขันกับตัวเอง เพราะนั่นหมายถึงการต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องและรอบด้าน และเมื่อนั้นชัยชนะเหนือแบรนด์อื่นจะตามมาอย่างไม่ยากเย็นแน่นอน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่