posttoday
รูปแบบการค้าการลงทุนในต่างประเทศ  ข้อคิดกฎหมายกับภาษีสำหรับนักลงทุนไทย

รูปแบบการค้าการลงทุนในต่างประเทศ ข้อคิดกฎหมายกับภาษีสำหรับนักลงทุนไทย

11 ธันวาคม 2555

ปัจจุบันการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

โดย...ศ.พิเศษ กิติพงษ์ อุรพีพัฒนพงษ์

ปัจจุบันการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะมีการเปิดเสรีภายในปลายปี 2558 ความจำเป็นในการศึกษารูปแบบการค้าและการลงทุนของบริษัทไทยที่จะไปลงทุนในกลุ่มประเทศ AEC จึงมีความสำคัญ

ผมเคยเขียนเรื่องรูปแบบการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ รวมถึงรูปแบบบริษัทต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยว่ามีประเด็นกฎหมายภาษีอะไรบ้าง แต่บทความนี้เป็นการกล่าวถึงการลงทุนของบริษัทไทยในต่างประเทศ ก่อนการลงทุนในต่างประเทศหรือในกลุ่มประเทศ AEC ผมมีข้อคิดที่นักลงทุนอาจต้องคำนึงถึง ดังนี้

1.ควรพิจารณาเลือกองค์กรธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุนว่าควรลงทุนโดยตรงโดยบริษัทไทยหรือผ่านบริษัทโฮลดิงในต่างประเทศที่เหมาะสม โดยต้องพิจารณาประเด็นกฎหมายและภาษีให้ละเอียดว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร ไม่ว่าการใช้สิทธิประโยชน์ของ AEC ในเรื่องกฎหมายการลงทุน ภาษีศุลกากร ภาษีเงินได้ การส่งเงินเข้าออกตามกฎหมายแลกเปลี่ยนเงินตรา การให้สิทธิประโยชน์ ตลอดจนสัญญาคุ้มครองการลงทุนระหว่างประเทศ ว่าประเทศใดมีเงื่อนไขการคุ้มครองและประโยชน์ที่ดีที่สุด

2.ควรจะเลือกลงทุนในรูปแบบใดที่เหมาะสมที่สุดใน 7 รูปแบบที่จะกล่าวถึงต่อไป โดยพิจารณาลักษณะของธุรกิจ เงินลงทุน ผลประโยชน์ ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ

3.ควรปรึกษาธนาคารพาณิชย์ที่เป็นธนาคารของท่านว่ามีข้อแนะนำอย่างไร รวมทั้งการหาลูกค้า หุ้นส่วน ในประเทศนั้นๆ หรือติดต่อหน่วยงานของทางราชการ เช่น กระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงการต่างประเทศ

4.ควรปรึกษานักกฎหมาย บัญชี ที่ปรึกษาการเงินให้ครบ เพราะการเตรียมการดีในเรื่องเหล่านี้จะช่วยให้การลงทุนประสบความสำเร็จได้

ผมจะขอนำรูปแบบการค้าและการลงทุนในต่างประเทศ หรือในกลุ่ม AEC พร้อมประเด็นข้อคิดทางกฎหมาย ภาษี ซึ่งโดยทั่วไปรูปแบบการค้าและการลงทุนในต่างประเทศอาจแบ่งได้ 7 รูปแบบ ดังนี้

(1) รูปแบบการซื้อขายหรือจ้างโดยมีการขายสินค้าให้ลูกค้าหรือว่าจ้างให้บริษัทต่างประเทศผลิตสินค้าให้เพื่อขายในประเทศเองหรือส่งออกมาให้ผู้ซื้อผู้ว่าจ้างในประเทศไทย

(2) รูปแบบการตั้งผู้จัดจำหน่าย (Distribu torship) หรือการตั้งตัวแทนจำหน่าย (Agency) ในต่างประเทศ

(3) รูปแบบการให้สิทธิทรัพย์สินทางปัญญาที่เรียกว่า “Franchise Agreement” หรือ License Agreement ให้กับบริษัทต่างประเทศ

(4) รูปแบบของการโอนเทคโนโลยี (Technology Transfer) หรือการบริหารจัดการ (Management) แก่บริษัทต่างประเทศ

(5) รูปแบบในการเข้าลงทุนในการจัดตั้งบริษัทในเครือหรือสาขาในต่างประเทศ

(6) รูปแบบการเข้าร่วมลงทุน หรือที่เรียกว่า “Joint Venture” กับผู้ลงทุนในต่างประเทศ

(7) รูปแบบการซื้อหรือควบรวมกิจการของทรัพย์สิน (Mergers & Acquisitions) ของบริษัทในต่างประเทศ

รูปแบบขายสินค้าให้กับลูกค้าในประเทศในกลุ่ม AEC ที่อาจเป็นคู่ค้าหรือลูกค้าผู้บริโภคโดยตรงจะเป็นรูปแบบที่ง่ายที่สุด แต่ปัจจุบันอาจมีเพิ่มรูปแบบการจ้างให้บริษัทในกลุ่ม AEC ผลิตโดยผู้ว่าจ้างในประเทศไทย ส่งวัตถุดิบที่อาจมาจากไทยหรือในประเทศนั้นหรือในกลุ่ม AEC ผลิตเพื่อขายในประเทศนั้นเองหรือส่งออกไปในภูมิภาค

ข้อคิด

1.รูปแบบของบริษัทไทยที่อาจจะเริ่มเข้าไปประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งผู้แทนหรือตัวแทนจำหน่าย หรือการจัดตั้งบริษัทเพื่อนำเข้าหรือผลิตสินค้าเพื่อขายในต่างประเทศ ก็มักจะดำเนินการในรูปแบบของการขายสินค้าให้โดยตรงให้กับลูกค้าในประเทศนั้น โดยในปัจจุบันอาจพัฒนาไปถึงการที่บริษัทไทยอาจจะไม่ได้ขายของให้กับลูกค้าในประเทศกลุ่ม AEC แต่เพียงอย่างเดียว แต่อาจจะมีการว่าจ้างบริษัท AEC ให้เป็นผู้ผลิต (Toll Manufacturing) ตามสูตรหรือเครื่องหมายการค้าของบริษัทไทย หรือตาม Specifications เพื่อขายสินค้าทั้งในกลุ่ม AEC รวมทั้งส่งออกไปให้แก่ลูกค้าของบริษัทไทยในต่างประเทศโดยตรง หรือส่งให้กับบริษัทไทยหรือบริษัทในเครือของบริษัทไทยในต่างประเทศเพื่อนำไปขายต่อ ทั้งนี้บริษัท AEC อาจทำหน้าที่เป็นผู้รับจ้างผลิตและส่งมอบสินค้าในนามของบริษัท ก. ให้แก่ลูกค้า

โดยการดำเนินงานรูปแบบนี้ บริษัท AEC อาจจะต้องซื้อวัตถุดิบและผลิตตามแบบที่บริษัทไทย

2.กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการทำการค้ารูปแบบนี้มีข้อพิจารณา ดังนี้

2.1 ต้องพิจารณาการขายสินค้าของบริษัทไทยไม่ควรต้องเสียภาษีเงินได้ในประเทศกลุ่ม AEC หรือต่างประเทศ โดยหลักกฎหมายภาษีอากรทั่วไป หากบริษัทไทยไม่มีผู้แทน ลูกจ้าง ผู้ทำการแทน หรือสถานประกอบการถาวร ในต่างประเทศก็ไม่มีภาระภาษีเงินได้ ท่านจึงต้องสอบถามจากนักกฎหมายในแต่ละประเทศที่มีการขายสินค้าว่าถ้ามีภาษี จะมีภาษีอะไรบ้าง

2.2 การนำเข้าสินค้ารวมทั้งวัตถุดิบไปใช้ในการผลิตในต่างประเทศจะต้องพิจารณากฎหมายศุลกากร และหากสินค้าดังกล่าวมีกฎหมายที่ต้องขออนุญาตก่อนนำเข้า เช่น อาหารและยา ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้กับสินค้าแต่ละประเภทหรือไม่อย่างไร

2.3 ภาระภาษีศุลกากร การใช้สิทธิประโยชน์ของ AEC มีการลดยกเว้นภาษีอย่างไร หรือการมีคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือไม่ m

(โปรดติดตามต่อในสัปดาห์หน้า)

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร