posttoday
"นิเวศน์-วิวรรณ" สอนวิธีรวย

"นิเวศน์-วิวรรณ" สอนวิธีรวย

07 ธันวาคม 2555

สไตล์การลงทุนของ “นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” คงเป็นที่รู้จักกันดีของนักลงทุนประเภทเน้นคุณค่า (Value Investor) หรือ VI และเป็นที่น่าสนใจศึกษาการลงทุนมือใหม่อย่างมาก วันนี้คอลัมน์เปิดพอร์ตเห็นว่า การฉายภาพวิธีการลงทุนของ “นิเวศน์” ในฉบับสั้นๆ ก็เป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อย เมื่อได้นักวางแผนทางการเงินอย่าง “วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ” อุปนายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย มาช่วยกันแนะและเผยเคล็ดลับการลงทุนว่าในงาน SET in the City 2012 หัวข้อ “วางแผนรวยด้วยการลงทุน”

สไตล์การลงทุนของ “นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” คงเป็นที่รู้จักกันดีของนักลงทุนประเภทเน้นคุณค่า (Value Investor) หรือ VI และเป็นที่น่าสนใจศึกษาการลงทุนมือใหม่อย่างมาก วันนี้คอลัมน์เปิดพอร์ตเห็นว่า การฉายภาพวิธีการลงทุนของ “นิเวศน์” ในฉบับสั้นๆ ก็เป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อย เมื่อได้นักวางแผนทางการเงินอย่าง “วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ” อุปนายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย มาช่วยกันแนะและเผยเคล็ดลับการลงทุนว่าในงาน SET in the City 2012 หัวข้อ “วางแผนรวยด้วยการลงทุน”

เน้นใจเย็นถือยาวสไตล์นิเวศน์

“นิเวศน์” บอกว่า ประเด็นหลักการลงทุนสำหรับเขาคือ ต้องเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำและสามารถถือยาวได้ ขณะเดียวกันก็สามารถให้อัตราผลตอบแทนได้ดี อย่างน้อยประมาณ 10% พร้อมกับเลือกหุ้นที่รู้สึกว่าตัวเองเสมือนเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยหาธุรกิจที่คิดว่าจะเจริญรุ่งเรืองแน่นอน มีโอกาสเกิดความเสียหายกับบริษัทน้อยที่สุด ซึ่งส่วนหนึ่งอาจดูได้จากเจ้าของหรือผู้นำต้องดี ต้องรวย มีหนี้น้อย เพราะเมื่อเขาถือหุ้นใหญ่ก็ต้องทำทุกอย่างให้บริษัทเติบโตไปเรื่อยๆ แม้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไม่ดีบริษัทจะเติบโตน้อยก็ตาม แต่ในที่สุดบริษัทก็สามารถจะฟื้นตัวได้ดี

“การเลือกหุ้นเราต้องรู้สึกว่า เราได้มาลงทุนทำธุรกิจแล้ว เพียงแต่เป็นแค่หุ้นส่วนที่ไม่ต้องทำร้านหรือธุรกิจเอง และต้องซื้อโดยไม่หวังเพื่อการเก็งกำไร ให้ตั้งมั่นเลยว่าเป็นการซื้อและห้ามขายเสมือนเป็นสมบัติของครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่ผมเน้นที่เกี่ยวกับของใช้จำเป็นทั่วไป ส่วนตัวเขาเชื่อว่าหุ้นที่ดีมีให้เห็นตลอดเวลา แต่ปัจจุบันก็หายากมากขึ้น เพราะเวลามีวิกฤตหุ้นลงเจอหุ้นดีๆ สำหรับคนที่ลงทุนระยะยาวถือเป็นโอกาสเก็บซื้ออย่างเดียว”

เขาแนะนำว่า ยิ่งคนวัยหนุ่มสาวมีรายได้ประจำทุกเดือนยิ่งควรหาโอกาสลงทุนบ้าง โดยไม่ต้องรอเก็บสะสมเป็นก้อนใหญ่ แต่อาศัยทยอยสะสมซื้อทุกเดือน เดือนละ 5,0001 หมื่นบาท พอปล่อยไว้นานๆ หากได้ผลตอบแทน 15% ก็สามารถซื้อบ้านได้แล้ว

“นิเวศน์” บอกว่า เห็นเขาเป็นนักลงทุนแบบ VI และเน้นลงทุนยาวอย่างนี้ก็มีการปรับพอร์ตเหมือนกัน เมื่อธุรกิจที่ลงทุนประกอบธุรกิจมานาน แต่กลับมีความสามารถในการทำกำไรลดลง หรือมีคู่แข่งขันมากขึ้นก็จะตัดสินใจขาย แต่ก่อนที่จะปรับพอร์ตก็ใช้เวลาค่อนข้างนานในการที่จะนำตัวใหม่เข้ามา

สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญอีกอย่างคือ ก่อนตัดสินใจเลือกหุ้นตัวไหน ควรมองที่ธุรกิจเป็นหลัก ไม่ใช่ตัดสินใจเพียงแค่ราคาหุ้นที่ปรับลง ซึ่งเขาได้ยกตัวอย่างตอนเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 หุ้นหลายตัวราคาปรับลงมามาก แต่พอกลับไปดูธุรกิจและงบการเงินของบริษัทที่เราลงทุนอยู่ ยังดำเนินต่อไปได้ดี คนยังอุดหนุนซื้อของอยู่ ก็รู้สึกสบายใจ เพราะยังไม่มีอะไรกระทบกับการดำเนินงาน ตอนนั้นเข้าใจว่าต้องใช้ความอดทนและทำให้ใจนิ่งมาก แต่ให้เชื่อว่าถ้าธุรกิจยังดีอยู่ ราคาหุ้นจะยังไม่ไปไหน เพราะถ้าบริษัทมีพื้นฐานดีจริงราคาก็จะกลับมาที่เก่า แต่ถ้าเราปล่อยใจซื้อให้เป็นไปตามราคาหุ้นเป็นหลัก ก็ไม่ต่างอะไรกับการลงทุนแบบการเก็งกำไร ฉะนั้นต้องแน่วแน่กับของดีที่อยู่ในมือตัวเองและอย่าปล่อยออกจากพอร์ตตัวเองง่ายๆ

นอกจากนี้ หากได้เงินก้อนใหม่มาเมื่อใด ควรเติมเงินลงทุนใหม่เข้าไปด้วย เพราะเป็นการสร้างวินัยการลงทุนซึ่งทำให้พอร์ตการลงทุนใหญ่ขึ้น ถึงตอนนั้นเราจะรู้สึกพอใจและมีความสุขกับขนาดพอร์ตที่โตขึ้น สำหรับเขาเองรู้สึกว่า “บางครั้งความฝันก็สามารถกินแทนข้าว” และความฝันกับความจริงจะสามารถเดินไปพร้อมกันได้คือ เมื่อเวลามีเงินก้อนใหม่มาก็แบ่งส่วนไปใช้เพื่อสร้างความสุขให้กับตนเองในการซื้อของที่ตัวเองต้องการและแบ่งไปลงทุนเพิ่มส่วนหนึ่ง ซึ่งความสุขส่วนใหญ่ของผมคือการนำเงินไปลงทุนต่อ เพราะทุกวันนี้เขายินดีที่จะใช้รถยนต์โตโยต้ารุ่นเก่า มีปัญหาก็เรียกประกันซ่อมได้ แต่ไม่อยากใช้เบนซ์ เพราะรู้สึกว่าต้องคอยดูแลมาก ซึ่งผิดกับการใช้ยี่ห้อปัจจุบันจะรู้สึกสบายใจกว่า

ทั้งนี้ “นิเวศน์” ทิ้งท้ายให้ฟังว่า สำหรับเขายังมีความเชื่อในการลงทุนหุ้นอยู่เสมอ โดยตั้งเป้าเป็นหลักว่าอย่างน้อยต้องได้อัตราผลตอบแทนอย่างน้อย 10% และต้องมีการกระจายความเสี่ยงการลงทุนที่หลากหลายกลุ่ม ซึ่งหากมองว่าปี 2556 ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นก็ไปเลือกลงทุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน หรือการบริโภคภายในประเทศจะมีการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานก็ไปลงทุนในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับที่ดินหรือกลุ่มวัสดุก่อสร้าง แต่สิ่งสำคัญสุดให้ตระหนักไว้เสมอว่า “หุ้นดีแม้ราคาจะตกตามจิตวิทยา แต่ราคาจะตกน้อยกว่าหุ้นตัวอื่น และถ้าถึงเวลาฟื้นกลับ ก็จะเร็วกว่าหุ้นตัวอื่น”

ปรับพอร์ตตามสถานการณ์

วิธีของนักวางแผนทางการเงิน

“วิวรรณ” เริ่มต้นแนะนำว่า สิ่งสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรลืมนั่นคือ ต้องมีการจัดพอร์ตเพื่อบริหารความเสี่ยง ซึ่งปกติการลงทุนแบบระยะยาวจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าแบบระยะสั้น รวมทั้งควรกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างๆ ด้วย อาทิ เงินฝาก การถือเงินสด หุ้น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์

แต่ด้วยหลักของการวางแผนทางการเงินที่ดี แม้จะเป็นนักลงทุนระยะยาวก็ไม่ควรปล่อยใจให้เฉยไปเรื่อย แต่สามารถปรับเพิ่มลดเงินในพอร์ตการลงทุนได้ เช่น ถ้ามองเห็นว่าหุ้นตัวนั้นดีจริงๆ ก็สามารถลงทุนเพิ่ม เพราะในอนาคตมูลค่าของหุ้นก็จะพอกพูนขึ้นอีก แต่การปรับพอร์ตก็ควรปรับตามสถานการณ์นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศ

“แนะนำว่าอย่างน้อยควรมีการรีวิวพอร์ตของตัวเองปีละ 2 ครั้ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเทกแอ็กชันกับพอร์ตทุกครั้ง แต่ดูเพื่อไม่ทิ้งโอกาสในการเติมเงินก้อนใหม่เข้าไปหรือลดความเสี่ยงการลงทุนให้กับตัวเองด้วย ซึ่งกรณีที่ได้เงินก้อนใหม่จากการขายทำกำไรหุ้นมาก็ควรให้รางวัลตัวเอง 10% สำหรับไปซื้อในสิ่งที่ตัวเองชอบ ใช้ได้จริงด้วย แต่อีก 90% ให้นำไปลงทุนต่อ”

“วิวรรณ” ให้มุมมองการลงทุนปี 2556 ว่า ยังตามเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีน่าจะอยู่ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะโซนเอเชีย ซึ่งหากลงทุนในหุ้นก็ยังลงทุนได้ แต่ควรติดตามปัจจัยแวดล้อมอื่นประกอบ ขณะที่มองว่าทองคำใกล้จะถึงช่วงหมดรอบเล่น เมื่ออัตราดอกเบี้ยสหรัฐจะปรับขึ้นกลางปี 2558 ตามที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศไว้ แต่สำหรับนักลงทุนก็ควรเตรียมตัวออกจากตลาดทองได้ตั้งแต่ปี 2557 ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์พอซื้อขายได้ แต่จะไม่หวือหวามาก สำหรับหุ้นและกองทุนรวมก็ต้องติดตามปัจจัยที่แวดล้อมการลงทุนให้ดี และสุดท้ายสำหรับพันธบัตร ก็จะกลับมาน่าลงทุนมากขึ้น เมื่อดอกเบี้ยจะเริ่มมีการปรับตัวตั้งแต่ปลายปี 2556 เป็นต้นไป

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่