posttoday
หวั่นเลิกไอพีพี ทำไฟฟ้าไม่พอโยนกพช.ชี้ขาด

หวั่นเลิกไอพีพี ทำไฟฟ้าไม่พอโยนกพช.ชี้ขาด

27 พฤศจิกายน 2555

“เรกูเลเตอร์” เตือนเลิกประมูลไอพีพี หวั่นเสี่ยงความมั่นคงด้านไฟฟ้า ลุ้น กพช.ตัดสินใจหาทางออก

“เรกูเลเตอร์” เตือนเลิกประมูลไอพีพี หวั่นเสี่ยงความมั่นคงด้านไฟฟ้า ลุ้น กพช.ตัดสินใจหาทางออก

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยถึงกรณีที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอให้มีการยกเลิกประมูลรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) รอบ 3 โดยปรับแผนไปรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านแทนนั้น คงต้องคำนึงถึงความมั่นคงของระบบไฟฟ้าด้วย ว่าจะสามารถจัดหาไฟฟ้าทดแทนได้เพียงพอหรือไม่

ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่หากต้องการดำเนินการจริง จะต้องนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้เป็นผู้ตัดสินใจ

ปัจจุบันเรกูเลเตอร์อยู่ระหว่างการจัดทำเงื่อนไขการประมูลไอพีพี ซึ่งล่าสุดเตรียมจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อจัดทำข้อเสนอการประมูลให้เสร็จภายในเดือน ธ.ค. ก่อนที่จะประกาศเป็นการทั่วไป เชิญชวนให้ผู้ลงทุนที่สนใจเข้ามาประกวดราคาในช่วงต้นปี 2556 หลังจากนั้นจะให้เวลา 2 เดือนในการจัดทำแผนโครงการเสนอขายไฟฟ้า โดยกำหนดให้นำกลับมายื่นข้อเสนอภายในเดือน เม.ย. 2556

“หากจะยกเลิกไอพีพีก็ต้องรีบนำเรื่องเข้า กพช.เพื่อขอมติออกมาเป็นนโยบายที่ชัดเจน หลังจากนั้นจึงมาปรับแผนผลิตไฟฟ้ากันใหม่ เพราะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวพอสมควร ดังนั้นจะเดินหน้าต่อหรือยกเลิกก็ต้องระบุออกมา โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจกับมวลชนรอบพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า แม้ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติก็ตาม ทุกอย่างต้องทำให้ถูกต้อง” นายดิเรก กล่าว

นอกจากนี้ ประเด็นที่สำคัญ คือ หากจะเพิ่มการซื้อไฟฟ้าประเทศเพื่อนบ้าน แทนการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในประเทศ ก็ต้องมั่นใจด้วยว่ามีเพียงพอในระยะยาว ซึ่งตามแผนพีดีพีกำหนดสัดส่วนการซื้อไฟฟ้าไว้ไม่เกิน 15% ของกำลังการผลิตทั้งหมด แต่จากแนวคิดของ รมว.พลังงาน จะเพิ่มการซื้อไฟฟ้าเป็น 2 หมื่นเมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนซื้อไฟฟ้าเป็น 20%

สำหรับการเปิดประมูลไอพีพีรอบ 3 กำหนดให้มีการรับซื้อไฟฟ้าจำนวน 5,400 เมกะวัตต์ หรือเท่ากับโรงไฟฟ้า 6 แห่ง แห่งละ 900 เมกะวัตต์ ซึ่งกำหนดไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2553-2573 หรือพีดีพี 2012 โดยเป็นโรงไฟฟ้าประเภทก๊าซธรรมชาติ

รายงานข่าวจาก กฟผ. แจ้งว่า การเปิดประมูลไอพีพีจะทำให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.ลดลงต่ำกว่า 50% ของการผลิตไฟฟ้ารวมตามแผนพีดีพี หากมองในเรื่องความมั่นคง ถ้าการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.มีสัดส่วนลดลง จะกลายเป็นความเสี่ยงในการบริหารจัดการกำลังผลิตไฟฟ้าได้ เพราะไม่สามารถควบคุมได้เหมือนที่ผ่านมาโดยเ เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าส่วนใหญ่เป็นของภาคเอกชน ขณะเดียวกันการทำหน้าที่ในการตรึงค่าไฟฟ้าก็ไม่สามารถดำเนินการได้คล่องตัวนัก

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่