
เจาะเทรนด์คนรุ่นใหม่สะท้อนตลาด เจ๋ง-ไม่เจ๋ง
...ดวงใจ จิตต์มงคล
เป็นเรื่องที่นักการตลาดและเจ้าของสินค้า ต้องจับตาสำหรับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอายุระหว่าง 1823 ปี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกำลังซื้อสำคัญที่มีอำนาจการซื้อสูงในอนาคต
ล่าสุด
“มายด์แชร์” บริษัทตัวแทนโฆษณาด้านการตลาดและเครือข่ายสื่อ เผยผลวิจัยในหัวข้อ “เจ๋ง หรือ เท่” ในแบบผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีทัศนคติต่อผลิตภัณฑ์ บริการ และแบรนด์สินค้าต่างๆ ตลอดจนบุคคล หรือ “ไอดอล” ที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้สะท้อนว่าแบบไหนที่เรียกว่า “เจ๋ง” และ “ไม่เจ๋ง” เพื่อให้นักการตลาดปรับใช้ให้เข้ากับกลยุทธ์การสื่อสารและสร้างส่วนร่วมระหว่างกลุ่มเป้าหมายและผลิตภัณฑ์ของตนได้ชัดเจนขึ้นน.ส.ปัทมวรรณ สถาพร หัวหน้าฝ่ายวางแผนธุรกิจ มายด์แชร์ กล่าวว่า บริษัทได้เก็บข้อมูลด้วยการเปิดบทสนทนากลุ่มตัวอย่างเฉพาะ หรือ
“โฟกัส กรุ๊ป” ในกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 1823 ปี ในกรุงเทพฯ จำนวน 6 กลุ่ม แบ่งกลุ่มละ 68 คน ในช่วงปลายปี 2552 ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ และเริ่มต้นทำงาน ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้นำเทรนด์ หรือผู้สร้างกระแสความนิยมไปสู่กลุ่มอื่นๆ ในวงกว้าง และมีรายได้เฉลี่ย 5,0006,000 บาทต่อเดือน โดยมีผู้ปกครองเป็นแหล่งรายได้หลักผลวิจัย เจ๋งหรือเท่
“What’s Cool” อะไร คือเจ๋งหรือเท่ ในมุมมองผู้บริโภคยุคใหม่ สะท้อนตัวตนของความเจ๋งว่า เป็นคนที่มีบุคลิกภาพ ที่ดูมีชีวิตชีวา มีความหลากหลายในเชิงอารมณ์ ส่วนความเจ๋ง หรือการเป็นคนเท่นั้นมีความพิเศษไม่เหมือนใคร มีความหมาย หรือการเป็น “Some Body” เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อนสังคมเดียวกัน อยากให้คนสนใจ“
จากจุดนี้สะท้อนการได้รับการตอบรับจากการเกิดขึ้นของรายการประเภทเรียลิตีโชว์ อย่างเดอะสตาร์ และเอเอฟ ได้เป็นอย่างดี” น.ส.ปัทมวรรณ กล่าวบทวิจัย What
’s Cool ยังจำแนกออกเป็นแนวคิดและพฤติกรรมหลักที่สำคัญ 5 อย่าง คือ 1.The Only One เป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น และใครก็ไม่สามารถเลียนแบบได้ (ง่ายๆ) 2.To the Extreme ทำอะไรแบบสุดๆ และทำอย่างประสบความสำเร็จ 3.Taste in Trend เป็นผู้นำเทรนด์ แต่นำแบบมีความเป็นตัวของตัวเอง 4.Fame, Power & Money เป็นฐานที่มั่นคงในการทำสิ่งต่างๆ และ 5.Forward Thinking มองโลกอีกแบบ ในมุมที่ต่างออกไป มองไปข้างหน้าและเป็นคนแรกที่จะเริ่มทำสำหรับอาชีพที่คนกลุ่มนี้ชื่นชอบแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.เอนเตอร์เทนเนอร์ เบื้องหลังหรือผู้ผลิตรายการ ครีเอทีฟ ดีไซเนอร์ อีเวนต์ อาร์ตไดเรกเตอร์ ฯลฯ และ 2.กลุ่มฃมันนี เมกเกอร์ ระดับผู้บริหาร หรือเฟม เมกเกอร์ อย่างนักแข่งรถ นางแบบ นักบิน เป็นต้น
ขณะที่กิจกรรมที่วัยรุ่นและผู้บริโภคยุคใหม่มองว่าเจ๋ง คือ การทำบุญ อ่านหนังสือดีๆ การนั่งสมาธิ การสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ (Social Network) การแต่งตัวตามสไตล์ ไม่ตามกระแส
รายการทีวีที่น่าสนใจ ในกลุ่มเป้าหมายนี้ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 1.อินโนเวทีฟ ฟอร์แมต เช่น เอ็กซ์แมน, จัสต์ แมรี, เลิฟ เลตเตอร์, สตาร์ คิง, โปรเจกต์ รันเวย์ เป็นต้น 2.เพียวร์ ฮิวเมอร์ เช่น เป็นต่อ ชิงร้อยชิงล้าน 3.ป๊อป คัลเจอร์ เช่น กอสซิป เกิร์ล และฮีโรส์ และ 4.เฟรชไอเดีย เช่น ทูไนท์ โชว์ วูดดี้ส์ กบนอกกะลา คน ค้น ฅน
ส่วนแบรนด์หรือตราสินค้าที่เจ๋ง (Cool Brands) สำหรับคนกลุ่มนี้ อาทิ XBox, Ray Ban, Converse, Apple, YouTube, Mini, Nike, BMW, Facebook, Onitsuka Tiger, Heineken, Blackberry, Wii, Skin Food รวมถึงตราสินค้าไทยอย่าง ไวตามิ้ลค์ ด้วยเหตุผลความเท่ตรงที่เป็นนมถั่วเหลืองอยู่ดีๆ แล้วใส่งาดำลงไป หรือแบรนด์ โค้ก เป๊ปซี่ แจ๊ค แดเนียลส์ แม่โขง แสงโสม นันยาง เสื้อตราห่านคู่ และไอศกรีมคอร์นเนตโต ขณะที่การแต่งกายของกลุ่มนี้จะเน้นลักษณะมิกซ์แอนด์แมตช์ ระหว่างสินค้ามีแบรนด์เนม และสินค้ายี่ห้อในประเทศ
กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวยังสะท้อนภาพ
“บุคคลที่เจ๋ง” อาทิ บอย โกสิยพงษ์, กรณ์ จาติกวณิช, และบารัก โอบามา จากการมีจุดยืน และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน รวมถึงจอห์นนี เด็ปป์ และแองเจลินา โชลี ที่ใช้ชีวิตแตกต่างไปจากดาราฮอลลีวูดคนอื่น เป็นต้น ขณะที่ศิลปินไทยอย่าง เบิร์ดธงไชย แมคอินไตย์ ยังเป็นที่ชื่นชอบของคนกลุ่มนี้เช่นกันส่วนกลุ่มบุคคลที่มองว่าไม่เจ๋ง คือ ไม่ประสบความสำเร็จแล้วทำตัวดังอยู่ เพี้ยน หรือกลุ่มเด็กแว้น สก๊อย ที่เป็นสิ่งมหาทำลายด้วยมาพร้อมกับเสียงดัง เป็นต้น
สำหรับพฤติกรรมของกลุ่มนี้ คือ ไม่ดูละคร ไม่ชอบการเมือง และสีเสื้อที่เป็นเรื่องไม่เจ๋งอย่างรุนแรง และเห็นว่าเทคโนโลยี 3จี ควรจะมาได้แล้ว โดยเลือกบริโภคสื่อหลัก 2 ประเภท คือ ทีวี และดิจิตอล อินเทอร์เน็ต ซึ่งยังรวมถึงการชมความบันเทิงผ่านแผ่นภาพยนตร์ประเภทต่างๆ และใช้เวลาเฉลี่ยราว 3 ชั่วโมง/วันผ่านสื่อโทรทัศน์ ไปพร้อมกับการใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะใช้เวลาทั้งวันในสังคมออนไลน์
จากข้อมูลดังกล่าวนักการตลาดหรือเจ้าของสินค้า สามารถนำไปใช้เพื่อตัดสินใจในการวางแผนการทำตลาดผ่านสื่อประเภทต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงได้มากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันผู้บริโภคระดับอายุ 1823 ปี มีจำนวนรวมกันไม่ต่ำกว่า 4 ล้านรายทีเดียว







