posttoday
ชิงงานก่อสร้างพม่าคึก

ชิงงานก่อสร้างพม่าคึก

20 พฤศจิกายน 2555

หวังปีแรกได้10%ของในไทย

หวังปีแรกได้10%ของในไทย

ไมนฮาร์ท ผุดสาขาพม่า รับต่างชาติแห่ลงทุน ตั้งเป้าปีแรกรับงาน 10% จากมูลค่างานก่อสร้างในไทยปีละ 2 หมื่นล้าน

นายจอห์น แอนเดอร์สัน กรรมการบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจวิศวกรรมที่ปรึกษา เปิดเผยว่า ได้ลงทุนเปิดสาขาในประเทศพม่า เพื่อรองรับงานด้านวิศวกรรมการก่อสร้างที่กำลังขยายตัว แม้ขณะนี้ในประเทศพม่างานก่อสร้างถือว่ายังมีค่อนข้างน้อย แต่เชื่อว่าหลังจากเปิดประเทศแล้วงานก่อสร้างจะขยายตัวมากขึ้น โดยในปีแรกตั้งเป้าว่าจะมีงานก่อสร้าง 10% หรือ 2,000 ล้านบาท จากมูลค่างานก่อสร้างในประเทศไทยที่ได้ปีละ 2 หมื่นล้านบาท หรือจำนวน 40-50 โครงการต่อปี ซึ่งบริษัทจะคิดรายได้ 1.5% ต่อมูลค่างาน

“ในกลุ่มประเทศอาเซียน ยังเหลือประเทศลาวและกัมพูชาที่ไมนฮาร์ท ยังไม่ได้เข้าไปเปิดสาขา แต่เชื่อว่าในอนาคตหากประเทศเหล่านั้นมีงานก่อสร้างที่ขยายตัวมาก คงจะต้องเข้าไปแน่ โดยสาขาที่ประเทศพม่านั้นจะใช้ประเทศไทยเป็นพี่เลี้ยง เพราะสาขาในไทยเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2534 หรือกว่า 20 ปี มีงานที่รับเป็นที่ปรึกษามาแล้วกว่า 1,500 โครงการ” นายแอนเดอร์สัน กล่าว

ปัจจุบัน บริษัทได้งานก่อสร้างในพม่าที่เมืองย่างกุ้งเป็นโครงการก่อสร้างโรงแรมระดับ 5 ดาว และอาคารสำนักงาน ขนาด 2 แสน ตร.ม. มูลค่าโครงการ 375 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ งานปรับปรุงศูนย์ FMI ที่จะกลายเป็นศูนย์การค้าพาร์คสัน ริมฝั่งแม่น้ำอิรวดีและอ่าวเบงกอล รวมถึงสถานกงสุลออสเตรเลียประจำย่างกุ้งและที่พักของเจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตออสเตรเลีย รวมถึงการบูรณะอาคารเก่าแก่ในพม่า อาทิ อาคารแบบโคโลเนียลอังกฤษในกรุงย่างกุ้ง หลายอาคารมีอายุมากกว่า 100 ปี

สำหรับความพร้อมด้านบุคลากรสาขาพม่า ขณะนี้บริษัทมีทีมงานวิศวกรชาวพม่า 4 คน และวิศวกรต่างชาติ 1 คน และคาดว่าภายในปีหน้าจะมีวิศวกรไทยจำนวน 30 คน ที่มีโอกาสทำงานในพม่า อย่างไรก็ตามการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีนั้นยังไม่มีข้อกำหนดออกมาเป็นรูปธรรม แต่หากมีการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีเกิดขึ้นจริง วิศวกรไทยถือว่ามีคุณสมบัติและศักยภาพพร้อม ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ส่งวิศวกรไทยไปรับงานในต่างประเทศมาแล้ว เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา พม่า มัลดีฟส์ ศรีลังกา อินเดีย และบังกลาเทศ

ขณะที่ในภูมิภาคอาเซียนประเทศอินโดนีเซีย ถือว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจอสังหาฯ มากที่สุด เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก จึงมีงานก่อสร้างมากขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้บริษัทฯได้ให้คำปรึกษาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ในประเทศไทย อาทิ โรงงานพร็อคเตอร์แอนด์แกมเบิล โรงแรมสยามเคมเปนสกี้ โรงแรมเซ็นรีจิส โครงการมิลเลนเนี่ยม เรสซิเด้นท์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 เป็นต้น นอกจากนี้ยังให้คำปรึกษาด้านการบำรุงรักษาและวางผังเมือง รวมถึงโครงสร้งพื้นฐานและการติดต่อสื่อสาร ด้านพลังงาน อุตสาหกรรม และการคมนาคม

ปัจจุบันไมน์ฮาร์ท เป็นบริษัทวิศวกรรมที่ปรึกษารายใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ก่อตั้งขึ้นที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปีพ.ศ. 2498 และได้ขยายไป 31 สาขายัง 22 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานรวมกันมากกว่า 3,500 คน

นายแอนเดอร์สัน กล่าวอีกว่า ในอนาคตระบบก่อสร้างสำเร็จรูปประเภทพรีแฟบหรือพรีคาส์ทนั้น จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาขาดแคลนแรงงานก่อสร้างจำนวนมาก ทำให้ต้องหันมาพึ่งพาระบบการก่อสร้างประเภทสำเร็จรูปมากขึ้น แม้ต้นทุนไม่ได้ต่ำลงแม้ว่าราคาจะไม่ได้ถูกลงกว่าระบบก่อสร้างดั้งเดิม แต่จะได้เรื่องความรวดเร็วและประหยัดแรงงาน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่