
จับตาพรบ.โครงสร้างพื้นฐาน
คีย์หลักอังกฤษเทเงินเข้าไทย สภาตลาดทุนมั่นใจลงทุนยาว
คีย์หลักอังกฤษเทเงินเข้าไทย สภาตลาดทุนมั่นใจลงทุนยาว
สภาธุรกิจตลาดทุนเชื่อไปโรดโชว์อังกฤษกับรัฐบาลช่วยตอกย้ำกองทุนเมืองผู้ดีมั่นใจลงทุนหุ้นไทยยาว แต่จะเพิ่มน้ำหนักเมื่อ พ.ร.บ.โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการลงทุนของรัฐบาลผ่าน และทำตามแผนโดยไม่เสียวินัยคลัง
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยหลังร่วมเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) นักลงทุนที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กับรัฐบาลไทยว่า การร่วมเดินทางไปครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมั่นใจกับนักลงทุนสถาบันของประเทศอังกฤษ ที่เดิมมีสัดส่วนลงทุนในตลาดหุ้นไทยพอสมควรและส่วนใหญ่ลงทุนเป็นระยะเวลานานได้มั่นใจว่าไทยจะมีการขยายตัวเศรษฐกิจในอนาคต เพราะจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศระยะยาวตามที่รัฐบาลได้ไปนำเสนอว่าจะมีหลายโครงการที่จะลงทุนเกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐาน
ทั้งนี้ กองทุนที่เข้าพบทั้งหมดประมาณกว่า 100 แห่ง ซึ่งแบ่งรอบการเข้าฟัง 2 ส่วน คือรอบใหญ่ที่มีการนำเสนอข้อมูลของรัฐบาลไทยมีกองทุนที่ร่วมฟังทั้งหมด 80 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เน้นการนำเสนอว่าไทยจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอะไรบ้าง ขณะที่อีกส่วนยังมีการแบ่งย่อยเป็นรอบกลุ่มย่อยอีก 4 กลุ่ม หรือพบกองทุนประมาณ 30 แห่ง โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง รมว.คมนาคม สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้าให้รายละเอียด
นักลงทุนมีการสอบถามและสนใจมากคือการอนุมัติ พ.ร.บ.โครงสร้างพื้นฐาน มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาทจากรัฐสภา โดยจะรอดูว่าไทยจะมีกระบวนการทำให้เกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามที่เสนอได้มากน้อยขนาดไหน ขณะเดียวกัน ถ้าเริ่มลงทุนแล้วจะสามารถรักษาวินัยการคลังได้ดีหรือไม่ ถึงตอนนั้นเชื่อว่าถ้าทำได้ไทยจะได้รับการเลื่อนอันดับเครดิตในทิศทางที่ดีขึ้น และเป็นจังหวะที่กองทุนต่างประเทศจะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในไทยได้ เพราะเท่ากับว่าไทยจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ในระยะยาว นอกจากนั้นมีการสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองบ้างแต่น้อยมาก
ด้านนายกิตติรัตน์ ได้ให้ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนว่า มีความตั้งใจและเตรียมงานในการลงทุนโครงการพื้นฐานเป็นระยะเวลา 7 ปี โดยใช้งบประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านเหรียญสหรัฐ และกระทรวงการคลังได้พิจารณาแล้วว่า แผนการลงทุนดังกล่าวจะทำให้ขาดดุลงบประมาณไม่เกิน 50% ตลอดเวลา 7 ปี
ขณะเดียวกัน การไปโรดโชว์ครั้งนี้ทางกระทรวงการคลังได้เชิญนายกสมาคมทางฝั่งตลาดทุนไปด้วย 3 แห่ง คือ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งเท่ากับเป็นการตอกย้ำว่าตลาดทุนไทยมีความแข็งแกร่ง เพราะที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยมีการเติบโตที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง มีสภาพคล่องมากพอ และที่สำคัญบริษัทจดทะเบียนไทยยังมีอัตราการทำกำไรที่โตต่อเนื่อง มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และปัจจุบันยังได้รับการเลื่อนเป็นตลาดหุ้นที่มีหลักธรรมาภิบาลอันดับต้นในภูมิภาคเอเชีย
สำหรับการประชุมรัฐสภาจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 28 พ.ย.นี้ และจะมีการเปิดสมัยประชุมอีกครั้งในเดือน ธ.ค. ซึ่งหากมีการเสนอได้จริงก็ต้องใช้เวลาในการพิจารณานาน เพราะต้องผ่านความเห็นชอบทั้งจาก สส. และ สว. ซึ่งที่ผ่านมาถ้าเป็นวาระที่รีบเร่งต้องใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 2-3 เดือน







