
คลังเร่งแก้หนี้เอสเอ็มอีแบงก์ก่อนบานปลาย
“ทนุศักดิ์” จี้เอสเอ็มอีแบงก์เร่งสรุปแผนฟื้นฟูก่อนหนี้เน่าบาน 4.2 หมื่นล้านภายใน พ.ย.นี้ หวังต่อลมหายใจผู้ประกอบการก่อนเป็นเอ็นพีแอล
“ทนุศักดิ์” จี้เอสเอ็มอีแบงก์เร่งสรุปแผนฟื้นฟูก่อนหนี้เน่าบาน 4.2 หมื่นล้านภายใน พ.ย.นี้ หวังต่อลมหายใจผู้ประกอบการก่อนเป็นเอ็นพีแอล
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้จะเรียกคณะผู้บริหารของธนาคารเพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ( สศค. ) เข้ามารายงานเกี่ยวกับปัญหาการดำเนินงานของเอสเอ็มอีแบงก์ให้รับทราบเป็นการเร่งด่วน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาหนี้เสียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
“เพิ่งเข้ามาดูแลเอสเอ็มอีแบงก์ จึงต้องการเห็นในภาพรวมว่าธนาคารมีปัญหาที่ต้องแก้ไขในส่วนใดบ้างและอย่างไรบ้าง จึงต้องเรียกคณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือร่วมกัน” นายทนุศักดิ์ กล่าว
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้เรียกให้เอสเอ็มอีแบงก์ส่งแผนฟื้นฟูหนี้เสียให้กระทรวงการคลังพิจารณาเป็นการเร่งด่วน จากเดิมคาดว่าหนี้เสียจะเพิ่มเป็น 3 หมื่นล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ แต่ล่าสุดมีการประมาณการว่าจะเพิ่มเป็น 4.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างล่าช้าและใช้แนวทางการจัดชั้นหนี้ที่เข้มงวดมากเกินไป ไม่สอดรับกับความต้องการของผู้ประกอบการที่มีภาระมากขึ้นจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงนโยบายการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทของรัฐบาล
ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะประธานกรรมการเอสเอ็มอีแบงก์ ได้รายงานปัญหาหนี้เสียของธนาคารอย่างไม่เป็นทางการให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. คลัง รับทราบเป็นการส่วนตัวแล้ว โดยนายกิตติรัตน์ กำชับให้เร่งทำแผนฟื้นฟูให้เร็วที่สุด ก่อนที่ธนาคารจะมีปัญหาหนี้เสียมากไปกว่านี้
“ที่ผ่านมาคณะกรรมการฟื้นฟูเอสเอ็มอีแบงก์แม้ว่าจะมีการประชุมสัปดาห์ละหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปแนวทางที่จะแก้ไขหนี้เสียได้ และยังตรวจพบปัญหามากขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุเพราะก่อนหน้านี้มีการปล่อยสินเชื่อที่ไม่มีคุณภาพจนกลายเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว” แหล่งข่าว กล่าว







