posttoday
อาเซียนเตรียมหารือเร่งลดกีดกันการค้า

อาเซียนเตรียมหารือเร่งลดกีดกันการค้า

17 พฤศจิกายน 2555

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยแพร่บทความ "การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 21 กับหลายประเด็นที่ต้องติดตาม" ล้วนแต่มีผลกับเศรษฐกิจไทยและภูมิภาค

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยแพร่บทความ "การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 21 กับหลายประเด็นที่ต้องติดตาม" ล้วนแต่มีผลกับเศรษฐกิจไทยและภูมิภาค

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 21 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง อาทิ การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit: EAS) ครั้งที่ 7 จะเริ่มเปิดฉากระหว่างวันที่ 18-20 พฤศจิกายน ที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา โดยวาระหลักยังคงเป็นความคืบหน้าการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพราะการประชุมครั้งก่อนหน้า ยังมีความเป็นห่วงประเด็นมาตรการการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี นอกจากนั้นจะเป็นเรื่องความท้าทายในการบูรณาการภาคบริการของอาเซียน ความร่วมมือด้านภาษีศุลกากร การเงินพลังงาน และภาคเกษตรกรรม รวมทั้งประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยผู้นำชาติสมาชิกอาเซียนจะรับรองปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในการประชุมครั้งนี้

นอกจากนี้ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบันจะครบวาระการดำรงตำแหน่งสิ้นปีนี้ การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ประเทศกัมพูชาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายเลเลืองมินห์ (Le Luong Minh) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม ได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนคนใหม่ระหว่างปี 2556-2563 และจะนำเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในครั้งนี้เพื่อขอความเห็นชอบ

อาเซียนเตรียมหารือเร่งลดกีดกันการค้า เล เลือง มินห์ รมช.ต่างประเทศเวียดนาม

ในโอกาสนี้ ไทยจะใช้เวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเพื่อหารือทวิภาคีกับผู้นำพม่าเกี่ยวกับความคืบหน้าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจะมีการประกาศแผนความร่วมมือรวม 6 สาขาตามคณะอนุกรรมการที่ได้จัดตั้ง ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้าง อุตสาหกรรม พลังงาน การพัฒนาชุมชน กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และการเงิน ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นที่สนใจของนานาประเทศทั่วโลก

ASEAN+3 มุ่งเน้นส่งเสริมความร่วมมือเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกในด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงิน ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้านสังคม และวัฒนธรรม และด้านการส่งเสริมกรอบการดำเนินงานและกลไกในการติดตามผลต่างๆ โดยแผนความร่วมมือดังกล่าวทั้ง 5 ด้านนี้ ถือเป็นการประสานความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนกับประเทศในเอเชียตะวันออกมากยิ่งขึ้น และในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะมีการลงนามรับรองร่างแถลงการณ์ผู้นำว่าด้วยหุ้นส่วนความเชื่อมโยงอาเซียนบวกสามอีกด้วย

อีกประเด็นหนึ่งที่นานาประเทศต่างจับตามองในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในครั้งนี้ คือ การประกาศเจรจาความตกลงภูมิภาคหุ้นส่วนเศรษฐกิจ หรือ Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) ที่ต่อยอดจากแนวคิด ASEAN+3 และASEAN+6 เพื่อรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น และเพิ่มบทบาทของประเทศฝั่งตะวันออกในเวทีโลก  โดยประชากรของทั้ง 16 ประเทศ (อาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์) รวมกันมีมากถึงเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก หรือกว่า 3,368 ล้านคน และขนาดเศรษฐกิจ (Gross domestic product: GDP) รวมราว 21.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2555

อาเซียนเตรียมหารือเร่งลดกีดกันการค้า

หากผลการประชุมเป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ การเจรจา RCEP จะเริ่มได้ในช่วงต้นปีหน้า และมีการวางกรอบเวลาการเจรจาว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2558 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่อาเซียนจะก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจ ประโยชน์ที่คาดว่าไทยจะได้รับจากการเปิดเสรีในกรอบ RCEP คือในแง่ของการเป็นยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศของไทยเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยเข้ากับเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเป็นการขยายโอกาสและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าไทยในตลาดของทั้ง 15 ประเทศซึ่งล้วนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย

ผลการประชุมที่คาดว่าจะออกมาในเชิงรูปธรรม ได้แก่ ร่างเอกสารจำนวน 10 ฉบับที่จะเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการรับรองหรือลงนาม ประกอบด้วย ร่างปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ร่างแถลงการณ์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยการรับรองปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ร่างแถลงการณ์ร่วมผู้นำอาเซียนว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ทุ่นระเบิดภูมิภาคอาเซียน ร่างแผนปฏิบัติการปฏิญญาบาหลีว่าด้วยประชาคมอาเซียนในประชาคมโลก ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียน-จีน ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ร่างแถลงการณ์ร่วมผู้นำอาเซียนบวกสามในโอกาสครบรอบ 15 ปี ของกรอบความร่วมมืออาเซียนบวกสาม ร่างแถลงการณ์ผู้นำว่าด้วยหุ้นส่วนความเชื่อมโยงอาเซียนบวกสาม ร่างแถลงการณ์ร่วมของการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ ครั้งที่ 4 ร่างปฏิญญาการประชุมสุดยอดอาเซียนตะวันออก ครั้งที่ 7 ว่าด้วยภาวะการดื้อยาต้านมาลาเรีย และร่างปฏิญญาพนมเปญว่าด้วยข้อริเริ่มการพัฒนาของการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก

ความสำเร็จของอาเซียนจากความร่วมมือกันของชาติสมาชิก สะท้อนให้เห็นจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับที่โดดเด่น โดยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอยู่ที่ราวร้อยละ 5-6 ในปี 2555

อาเซียนเตรียมหารือเร่งลดกีดกันการค้า

มูลค่าการค้าระหว่างกันภายในภูมิภาคอาเซียน (Intra-ASEAN Trade) ในปี 2554 อยู่ที่ประมาณ 581 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 18 โดยหากพิจารณาสัดส่วนของ Intra-ASEAN Trade ต่อการค้ารวมของอาเซียน พบว่า ขนาดของการค้าภายในอาเซียนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12 ในปีที่ก่อตั้งอาเซียน (ปี 2510) เป็นร้อยละ 19 ในปีที่ได้มีการตกลงลดอัตราภาษีนำเข้าระหว่างกัน (ปี 2536) และขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2554 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 24

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่