posttoday
ขอให้เกิดเสียที3G ประเทศไทย

ขอให้เกิดเสียที3G ประเทศไทย

14 พฤศจิกายน 2555

ขอให้ได้เกิดเสียที3G ประเทศไทยแรกๆ คิดว่าเมื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งขาติ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า “กสทช.” สามารถจัดการประมูล 3G เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา และได้ผู้ชนะการประมูลเป็นผู้ประกอบการรายเดิมในตลาดทั้ง 3 ราย ซึ่งได้แก่บริษัทในเครือเอไอเอส ดีแทค และทรู เราน่าจะได้ใช้ 3G อย่างเต็มรูปแบบภายในครึ่งแรกของปีหน้า

ขอให้ได้เกิดเสียที3G ประเทศไทยแรกๆ คิดว่าเมื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งขาติ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า “กสทช.” สามารถจัดการประมูล 3G เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา และได้ผู้ชนะการประมูลเป็นผู้ประกอบการรายเดิมในตลาดทั้ง 3 ราย ซึ่งได้แก่บริษัทในเครือเอไอเอส ดีแทค และทรู เราน่าจะได้ใช้ 3G อย่างเต็มรูปแบบภายในครึ่งแรกของปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน 3G ประเทศไทยจะ “มีบุญแต่กรรมบัง” เพราะต้องฝ่าอุปสรรคอีกหลากหลายกว่าจะถึงฟากฝั่ง ซึ่งไม่รู้ว่าผู้บริโภคอย่างเราจะได้ใช้ 3G กันในชาตินี้หรือเปล่า และคงเป็นที่น่าเสียดายถ้า 3G ต้อง “ติดหล่มของความด้อยพัฒนา” จนไม่สามารถใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ 2100 MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่เหมาะสมที่สุดในการพัฒนาระบบ 3G ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีโทรคมนาคมพัฒนาอย่างรวดเร็วมาก 3G ที่เรา “ละล้าละลัง” อยู่ในขณะนี้ ประเทศอื่นเขาใช้กันเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว และกำลังจะได้ “ลั้นลา” กับเทคโนโลยี 4G ที่จะสามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบในเร็วๆ นี้ หมายความว่าในขณะที่คนอื่นเขาจะได้ใช้งานเทคโนโลยี “ร่วมสมัย” อย่างเต็มที่ เรากลับต้องมา “ทุลักทุเล” กับเทคโนโลยีที่กำลัง “ล้าสมัย” และไม่สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้

แม้ว่าการติติงเป็นเรื่องธรรมดาในกิจกรรมที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญกับเสียงส่วนน้อย จนไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่ที่รอใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 3G ที่ประเทศอื่นๆ มีโอกาสใช้กันอย่างแพร่หลายในขณะนี้ การที่ไม่สามารถใช้งาน 3G ได้อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ทุกภาคส่วนมีต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ค่าเสียโอกาสนี้ก็ยิ่งสะสมมากขึ้น

จากการศึกษาของคณะผู้วิจัยจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า เมื่อเดือน พ.ย. 2554 ประเมินว่าประเทศไทยควรจะมี 3G ใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2550 ความล่าช้าในการออกใบอนุญาต 3G ทำให้อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet Penetration Rate) โตช้ากว่าแผนเดิมที่วางไว้ และทำให้เกิดค่าเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการสร้างมูลค่าและสร้างความสำเร็จในการเรียนรู้ ตลอดจนการทำงานและการทำธุรกิจ

การที่ประเทศไทยชะลอการลงทุนในเครือข่าย 3G ทำให้เกิดความสูญเสียประมาณ 2,200 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือคิดง่ายๆ เอา 30 คูณก็ประมาณ 7.6 หมื่นล้านบาท แล้วเราล่าช้ามากี่ปีแล้ว ความสูญเสียรวมเป็นเท่าไรก็คำนวณดู ยิ่งไปกว่านั้นการที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จาก 3G ไม่ว่าจะเป็นด้านการสร้างงานและอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี (Gross Domestic Product : GDP) ที่ควรเพิ่มขึ้นใน 3 ปี คิดเป็นมูลค่าสูงสุดประมาณ 1.25 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.75 แสนล้านบาท

สอดคล้องกับการศึกษาของคณะผู้วิจัยจากธนาคารโลก ที่สรุปผลกระทบโดยตรงของการพัฒนาโทรคมนาคมกับเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งการไม่มี 3G อย่างเต็มรูปแบบทำให้สูญเสียโอกาสที่จะเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ย 1.4% (ในประเทศจีน ระบบ 3G ช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตถึง 2.5%) และถ้าคำนวณจากตัวเลขจีดีพีของประเทศไทยในปี 2554 ซึ่งอยู่ประมาณ 10 ล้านล้านบาท การไม่มี 3G ทำให้เรามีต้นทุนค่าเสียโอกาส 1.4 แสนล้านบาทต่อปี ดังนั้นการสนับสนุนให้เกิด 3G อย่างเต็มรูปแบบจะช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมายของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ชดเชยการส่งออกที่ไม่เป็นไปตามคาดจากผลพวงวิกฤตเศรษฐกิจโลกขณะนี้

ความสูญเสียจะยังคงมีมูลค่าสูง ถ้าเรายังไม่สามารถก้าวข้าม “ความหวาดระแวง” ที่ว่าจะต้องมี “ผู้ชนะ” หรือได้ประโยชน์ (เช่นภาคธุรกิจที่เสียเงินน้อยเกินไป) และ “ผู้แพ้” หรือเสียประโยชน์ (เช่นภาครัฐที่ได้เงินน้อยเกินไป) จากผลของการประมูล โดยไม่คิดถึงความจริงที่ว่าถ้า 3G ไม่เกิดจะไม่มีใครได้ประโยชน์เลย และในทางตรงกันข้ามกลับเสียประโยชน์กันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐที่ไม่ได้เงินจากการประมูล และไม่สามารถใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ที่มีอยู่แล้วโดยไม่ต้องลงแรงหาขึ้นมา ขณะเดียวกันประเทศชาติกับประชาชน ตลอดจนภาคธุรกิจกลับต้อง “เสียโอกาส” ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

ความจริงกระบวนการที่ผ่านมาแม้จะไม่สมบูรณ์แบบ และแน่นอนที่จะ “ไม่ถูกใจ” ผู้ที่ไม่เห็นด้วย แต่ต้องยอมรับว่าไม่มีอะไรที่ถูกหรือดีไปหมดทุกอย่าง ถ้าเรามองอะไรสั้นๆ ก็จะมีผู้ที่ถูกมองว่าได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ ในทำนองของเกมที่มีผลรวมเป็นศูนย์ (ZeroSum Games) แต่ถ้ามองออกไปในระยะยาว โดยสามารถก้าวข้ามความขัดแย้งการมี 3G เต็มรูปแบบ จะทำให้แทบทุกภาคส่วนได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม เช่น ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เอกชนทำธุรกิจได้หลากหลายขึ้น ในขณะเดียวกันภาครัฐก็ได้รับเงินจากการออกใบอนุญาต และเก็บภาษีได้มากขึ้นจากภาคธุรกิจที่ขยายตัวและประชาชนมีรายได้มากขึ้น ผลรวมจึงน่าจะเป็นบวกในระยะยาว

ในทางตรงกันข้ามถ้าต่างฝ่ายยังขัดแย้ง ถือทิฐิไม่ยอมกัน ทำให้ 3G ไม่ได้เกิด ไม่เพียงแต่จะไม่มีผู้ใดได้ประโยชน์เท่านั้น แต่กลับต้องสูญเสียในภาพรวม เป็นสังคมที่มีแต่ผู้แพ้และ “ด้อยพัฒนา” ตลอดไป

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่