posttoday
เกษตรฯผวาไร่กาแฟส่อตายในเออีซี

เกษตรฯผวาไร่กาแฟส่อตายในเออีซี

13 พฤศจิกายน 2555

เกษตรฯ หวั่นกาแฟไทยตายเรียบ เมื่อเปิดเออีซีปี 2558 เตรียมทำยุทธศาสตร์กาแฟช่วยเกษตรกร แต่สำเร็จรูปฉลุย

เกษตรฯ หวั่นกาแฟไทยตายเรียบ เมื่อเปิดเออีซีปี 2558 เตรียมทำยุทธศาสตร์กาแฟช่วยเกษตรกร แต่สำเร็จรูปฉลุย

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพืชสวนมีมติให้คณะทำงานพืชกาแฟไปดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ของสินค้ากาแฟ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เนื่องจากผลการวิเคราะห์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และกรมวิชาการเกษตร พบเมล็ดกาแฟของไทยอยู่ในเกณฑ์กลุ่มสินค้าที่มีปัญหาและเป็นกลุ่มที่ต้องปรับตัวให้อยู่รอด อีกทั้งการส่งออกเมล็ดกาแฟของไทยมีอัตราเติบโตที่ต่ำกว่าการนำเข้าเมล็ดกาแฟของอาเซียนทั้งหมด และมีความสามารถในการแข่งขันอยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้ หากไม่ทำอนาคตเกษตรกรชาวสวนกาแฟโดยเฉพาะภาคใต้ ที่ปลูกกาแฟโรบัสตาอาจจะอยู่ไม่ได้ ในขณะที่กาแฟอะราบิกาในภาคเหนือไม่มีปัญหา

“เมล็ดกาแฟไทยยังแพ้เพื่อนบ้าน เพราะผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าเพื่อนบ้าน ราคาต้นทุนสูงกว่าเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม 35 บาทต่อไร่ ส่วนไทย 46 บาทต่อไร่ ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของไทยน้อยกว่าเวียดนามสู้ไม่ได้ แต่ในส่วนของกาแฟสำเร็จรูปผลการวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันพบอยู่ในเกณฑ์กลุ่มสินค้าที่มีอนาคตและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ โดยมีอัตราการเติบโตในส่วนของการส่งออกกาแฟสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น” นายนิวัติ กล่าว

ทั้งนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพืชสวน ได้พิจารณาถึงทิศทางในการดำเนินการภาคอุตสาหกรรมกาแฟ เบื้องต้นเห็นเห็นว่า แม้ในส่วนของกาแฟสำเร็จรูปจะอยู่ในเกณฑ์กลุ่มสินค้าที่มีอนาคต แต่การเพิ่มจำนวนโรงงานแปรรูปเป็นเรื่องยากเนื่องจากต้องลงทุนสูง และเห็นควรไปส่งเสริมในผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วบด เนื่องจากผู้ประกอบการทั่วไปสามารถลงทุนผ่านการเพิ่มมูลค่าเมล็ดกาแฟดิบส่งขายออกนอกประเทศ และเพื่อเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ต้องมีการวางแผนให้ครบวงจร ทั้งในส่วนการผลิต การแปรรูป รวมถึงบุคลากรผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี และการตลาด โดยเน้นตลาดเฉพาะเจาะจง สร้างความแตกต่าง หรือเน้นเป็นสินค้าเฉพาะถิ่นกำเนิดสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สร้างประวัติที่มาของกาแฟ เป็นต้น

สำหรับสถานการณ์การผลิตกาแฟ ปี 2555/56 สศก.ได้พยากรณ์สถานการณ์การผลิตกาแฟปี 55/56 ว่า มีเนื้อที่ให้ผลผลิตรวมทั้งประเทศ 2.7 แสนไร่ ลดลงจากปีที่แล้ว 2.7หมื่นไร่ และมีผลผลิตรวมทั้งประเทศ 3.9 หมื่นตัน ลดลงจากปีที่แล้ว 1.4พันตัน เนื่องจากมีการโค่นทิ้งกาแฟโรบัสตาในภาคใต้เพิ่มขึ้น โดยจังหวัดที่มีการโค่นทิ้งมากที่สุด คือ ชุมพร ระนอง และสุราษฎร์ธานี โดยมีผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 143 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 8 กิโลกรัม ที่ประชุมจึงได้ให้คณะทำงานพืชกาแฟ ไปพิจารณาแนวทางการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ที่ 300-450 กิโลกรัมต่อไร่ และให้มีการจำแนกรายละเอียดผลผลิตที่เป็นการทำไร่กาแฟอย่างเดียว กับไร่กาแฟที่ปลูกแซมกับพืชอื่น เพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านการผลิตยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเร่งให้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์กาแฟ โดยสศก.รับผิดชอบในการออกประกาศการขึ้นทะเบียน และการตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียน กรมส่งเสริมการเกษตรรับผิดชอบในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร