
พักแถว 800 จุดก่อนขึ้นต่อ... จับตาค่าเงิน-ต่างชาติหนี
....สถาบันวิจัย KGI
ภาวะตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากแรงผลักดันของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก ในขณะที่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนในประเทศมียอดขายสุทธิ โดยนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิแล้วกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท ค่าเงินเอเชีย/ค่าเงินบาทแข็ง ยังคงเป็นธีมหลักที่ส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้ามาในตลาดหุ้นเอเชียและหุ้นไทย และธีมดังกล่าวกลายเป็นที่แพร่หลายในตลาดไปแล้ว โดยเม็ดเงินจะไหลเข้าสู่ในประเทศในแถบเอเชียที่ไม่ได้รับผลกระทบจากแนวโน้มการใช้นโยบายเข้มงวดของจีน เช่น ฮั่งเส็ง หรือ ไต้หวัน โดยตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดหนึ่งที่ได้ประโยชน์และเป็นเป้าหมายในการเคลื่อนย้ายเงินลงทุน
ส่วนสภาพคล่องในตลาดทุนโลกโดยรวมยังดี สภาพคล่องที่ทางธนาคารกลางต่างๆ เคยอัดฉีดเข้ามาในช่วงวิกฤตยังอยู่ในระบบ ไม่ได้ถูกถอนออกไป เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้สินทรัพย์ทางการเงินส่วนใหญ่ไม่ปรับตัวลงและปรับตัวขึ้นได้ ในขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ ส่งผลให้ความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ทำให้การดึงสภาพคล่องออกจากระบบยังไม่เกิดขึ้น
ทางด้านฝั่งยุโรปเอง กรีซอาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดสะดุดเป็นระยะๆ แต่อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นทางเยอรมนีเริ่มมีท่าทีโอนอ่อนต่อกรีซมากขึ้น โดยอาจจะเป็นลักษณะของการให้เงินกู้ร่วมกับ IMF แทน
จากเหตุผลเรื่องค่าเงินที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้แนวโน้มของ SET Index ยังคงมีเม็ดเงินไหลเข้าต่อเนื่อง โดยเราประเมินในเบื้องต้นว่า หากเริ่มเห็นส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยในเอเชียและสหรัฐเริ่มมีแนวโน้มที่จะแคบลง จึงจะเป็นจุดเริ่มต้นของเม็ดเงินไหลออกจากเอเชียกลับสู่สหรัฐหรือยุโรป หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เงินจะไหลกลับสู่สหรัฐต่อเมื่อการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐมีแนวโน้มว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในระดับที่เร็วกว่าการขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในเอเชีย ซึ่งธีมดังกล่าวเป็นธีมหลักในระยะกลางยาว ที่อาจจะยังไม่เห็นเม็ดเงินไหลออกในเร็วๆ นี้ ซึ่งในเบื้องต้นตลาดคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงเดือน พ.ย. ทำให้การพักฐานของตลาดอย่างจริงจังๆ อาจจะเกิดก่อนล่วงหน้าการขึ้นดอกเบี้ยจริง23 เดือน ซึ่งน่าจะเป็นช่วงไตรมาส 3
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นอาจจะมีการขายรับรู้ผลกำไรบ้างแถวๆ แนวต้านจิตวิทยาบริเวณ 800 จุด แต่การปรับฐานลงจะยังไม่แรงจากปัจจัยที่ยังคงเป็นบวกในระยะกลางที่ได้กล่าวไปข้างต้น โดยหาก SET Index จะปรับฐานลงแรงในรอบนี้ จะต้องเห็น 2 สัญญาณลบ คือ 1.ค่าเงินบาทเริ่มกลับทิศทางเป็นอ่อนค่า เนื่องจากเงินไหลเข้าในรอบนี้เป็นการเก็งกำไรเรื่องค่าเงินเป็นหลัก หากค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่าไปถึงระดับหนึ่งเกินมูลค่าแท้จริง เชื่อว่าอาจจะเริ่มมีเม็ดเงินไหลออก และมีแรงเทขายในตลาดหุ้นตามมา โดยการอ่อนค่าดังกล่าวต้องไม่ใช่การอ่อนค่าจากการดูแลค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
2.ยอดขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติใน SET Index เนื่องจากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิหลัก หากตลาดจะปรับฐานแรงต้องเกิดจากแรงขายในระดับสูงของนักลงทุนที่มีปริมาณหุ้นในมือสูง ซึ่งก็คือ นักลงทุนต่างชาติ โดยหากยังไม่เห็นข้อสังเกตที่ได้กล่าวมาข้างต้น เรายังเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดยังคงเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง และหากมีการปรับฐานยังเป็นช่วงสั้น
ส่วนปัจจัยทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ คือ ในปัจจุบันเฟดได้ให้ความสำคัญกับตัวเลขด้านอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เนื่องจากคาดว่าภาคแรงงานผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ทำให้ต่อจากนี้ตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐจะเป็นตัวเลขหนึ่งที่ตลาดหุ้นให้น้ำหนักสูงขึ้น อย่างที่ได้เห็นการปรับตัวขึ้นของดาวโจนส์หลังจากตัวเลขยอดขายบ้านมือสองออกมาดี
ส่วนทางด้านกรีซต้องติดตามการประชุมสุดยอดยุโรปในวันที่ 2526 มี.ค. ว่าจะเป็นในรูปการให้เงินกู้ร่วม EU และ IMF หรืออย่างไร และตลาดจะตกใจหรือไม่หากในกรณีแย่กรีซต้องเข้าโปรแกรม IMF โดยเรายังคงแนะนำให้ถือหรือซื้อหุ้นหากมีการปรับฐานในช่วงที่ตลาดเข้าใกล้บริเวณจิตวิทยา 800 จุด คาดว่าการซื้อและถือหุ้นจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าการเล่นรอบ เนื่องจากมีโอกาสสูงที่จะต้องกลับมาซื้อในราคาสูงกว่าเดิม ภาพรวมเป็นการซื้อเพื่อรอการปรับตัวขึ้น และขายหุ้นหากเกิด 2 สัญญาณลบที่ได้กล่าวไปข้างต้น







