posttoday
"เอสซีจี" เดินหน้าองค์กรต้นแบบพัฒนา 3 ด้านสร้างแกร่งอย่างยั่งยืน

"เอสซีจี" เดินหน้าองค์กรต้นแบบพัฒนา 3 ด้านสร้างแกร่งอย่างยั่งยืน

06 พฤศจิกายน 2555

หลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน กลับไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์จากยอดขายหรือกำไรที่ได้สูงสุดอีกต่อไป แต่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่จะตอบแทนคืนกลับสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่ต้องคำนึงถึงอนาคตของเยาวชนและคนรุ่นลูกหลานที่จะเกิดขึ้นมาในอนาคต

หลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน กลับไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์จากยอดขายหรือกำไรที่ได้สูงสุดอีกต่อไป แต่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่จะตอบแทนคืนกลับสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่ต้องคำนึงถึงอนาคตของเยาวชนและคนรุ่นลูกหลานที่จะเกิดขึ้นมาในอนาคต

หนึ่งในบริษัทต้นแบบของไทย คือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ที่ดำเนินธุรกิจมานานเกือบ 100 ปี และผลักดันจนเป็นองค์กรธุรกิจต้นแบบที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญอย่างมากกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่พัฒนาควบคู่กันตั้งแต่ส่วนต้นน้ำ คือ ผู้ขาย (Suppliers) และคู่ธุรกิจ (Contractors) ไปจนถึงปลายน้ำ คือ ลูกค้าและคู่ค้า ผ่านเวทีงาน ASEAN Sustainable Development Symposium 2012 ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และวางแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในประเทศไทยและอาเซียน

จากการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable DevelopmentSD) ส่งผลให้บริษัทได้รับการประเมินและจัดอันดับในดัชนีวัดประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability IndexesDJSI) ให้เป็นที่ 1 ของโลก ในสาขาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (Building Materials & Fixtures) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และอยู่ในระดับ Gold Class ติดต่อกันเป็นปีที่ 5

สำหรับ DJSI เป็นดัชนีหลักทรัพย์ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก ซึ่งกองทุนต่างๆ จากทั่วโลกใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาลงทุน ด้วยเชื่อมั่นว่าบริษัทที่อยู่ใน DJSI จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน

ทั้งนี้ เกณฑ์การประเมินของ DJSI จะพิจารณา 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ อาทิ การบริหารจัดการธุรกิจและความเสี่ยง การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ตามหลักบรรษัทภิบาล การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ด้านสังคม อาทิ การเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมขององค์กร การอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน การดูแลด้านอาชีวอนามัย สุขภาพ และความปลอดภัย การพัฒนาศักยภาพพนักงาน และด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ การบริหารจัดการทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

กานต์ ยกตัวอย่างผลงานตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ อาทิ การจัดตั้งเอสซีจี เอ็กซ์พีเรียน ศูนย์กลางข้อมูลด้านวัสดุก่อสร้างแห่งแรกในไทย โฮม โซลูชัน เซ็นเตอร์ ศูนย์รวมนวัตกรรมสินค้าวัสดุก่อสร้างและบริการครบวงจร การพัฒนาซัพพลายเชน เช่น การจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปี 2554 มียอดซื้อกว่า 2,000 ล้านบาท การรับรองความปลอดภัยคู่ธุรกิจ พัฒนาคู่ธุรกิจให้มีศักยภาพในการบริหารจัดการความปลอดภัย

ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การปรับปรุงเทคโนโลยี โดยสามารถนำลมร้อนเหลือใช้ในกระบวนการผลิตกลับมาผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงงาน ลดการใช้ไฟฟ้าที่ซื้อจากภายนอกได้ 25% ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 3 แสนตันต่อปี เป็นต้น

เป้าหมายใน 5 ปีข้างหน้า เอสซีจีคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 2 แสนล้านบาท ในการขยายธุรกิจและเข้าซื้อกิจการที่น่าสนใจ เช่น โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ในเวียดนาม เป็นต้น จากเมื่อ 5 ปีก่อนบริษัทใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนล้านบาท ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขายในกลุ่มอาเซียนเติบโตขึ้น 40% และในประเทศไทยเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ปัจจุบัน เอสซีจี มีพนักงาน 3.8 หมื่นคน แบ่งเป็นพนักงานในต่างประเทศกว่า 1 หมื่นคน แบ่งเป็น อินโดนีเซีย 6,000 กว่าคน เวียดนาม 2,500 คน ฟิลิปปินส์ 1,000 กว่าคน ที่เหลือเป็นพนักงานในประเทศกัมพูชาและพม่า โดยเฉพาะในพม่าจะมีเพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงงานปูนซีเมนต์ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่