
ชี้ช่องไทยเพิ่มการค้าขาย รับจีนขยายลงทุนอาเซียน
“สแตนชาร์ต” แนะจับตาจีนขนเม็ดเงินลงทุนอาเซียนเพิ่ม ดันมูลค่าการค้าสกุลเงินหยวนโต
“สแตนชาร์ต” แนะจับตาจีนขนเม็ดเงินลงทุนอาเซียนเพิ่ม ดันมูลค่าการค้าสกุลเงินหยวนโต
นายลิมเช็งเต็ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ประเทศจีน กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลจีนที่ส่งเสริมให้ภาคเอกชนกระจายการลงทุนออกไปยังต่างประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปี ที่ต้องการลดการพึ่งพาการส่งออกและหันมากระตุ้นการบริโภคในประเทศ จะทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนรวมทั้งไทยได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุนโดยตรงของเอกชนจีน และมูลค่าการค้าระหว่างกันที่เพิ่มขึ้นจากการนำเข้าสินค้าของจีน
นายลิม กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนโดยตรงของจีนในประเทศไทยมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 29% เพิ่มขึ้นจาก 57 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน และคาดว่าจะทำให้มีเม็ดเงินลงทุนจากจีนไหลเข้าสู่ไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
“สหรัฐและยุโรปเป็นคู่ค้าสำคัญของจีน แต่การที่ทั้งสองประสบปัญหา ทำให้มูลค่าการค้าชะลอตัวลง จีนจึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเอเชีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง และกลุ่มอาเซียนที่จะรวมตัวกัน นอกจากนี้จีนยังให้ความสำคัญกับการบริโภคภายในมากขึ้น เพราะเป็นการเติบโตที่ยั่งยืน ซึ่งคาดว่าจะมีการนำเข้าสินค้าเป็นจำนวนมาก จึงถือเป็นโอกาสสำคัญของเศรษฐกิจไทย” นายลิม กล่าว
นายลิม กล่าวว่า การขยายตัวในหลายเมืองใหญ่ของจีนจะทำให้มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบในการผลิตเกิดขึ้นจำนวนมาก โดยคาดว่าอุตสาหกรรมไทยที่จะได้รับประโยชน์ คือ กลุ่มผู้ผลิตยางพาราและผู้ผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ทำให้การส่งออกในกลุ่มนี้มีแนวโน้มเติบโตสูง
นอกจากนี้ ยังคาดว่านโยบายดังกล่าวจะทำให้มูลค่าการค้าที่ใช้สกุลเงินหยวนเติบโตขึ้นแตะระดับ 1.03 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 3 ปี และยังจะทำให้การระดมทุนในสกุลเงินหยวน หรือติ่มซำบอนด์ เป็นที่นิยมของภาคธุรกิจมากขึ้น
นางลิน ค็อก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า แม้การขยายตัวของจีนถือเป็นโอกาสของธุรกิจไทย แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังมีความน่าดึงดูดใจอยู่ในอันดับที่ 4 รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ไทยจึงควรเร่งสร้างความสามารถในการแข่งขันเพื่อรองรับ







