
'ซีพีแรม'กางแผน5ปีทุ่ม2หมื่นล้านลุยอาเซียน
หลังจากดำเนินธุรกิจในไทยมานานร่วม 24 ปี สำหรับ บริษัท ซี.พี. ค้าปลีกและการตลาด หรือ “ซีพีแรม”
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
หลังจากดำเนินธุรกิจในไทยมานานร่วม 24 ปี สำหรับ บริษัท ซี.พี. ค้าปลีกและการตลาด หรือ “ซีพีแรม” ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานในกลุ่มซีพี ออลล์ และในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) โดยในปีหน้าเตรียมก้าวขึ้นสู่ปีที่ 25 พร้อมประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ด้วยงบลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท ภายใน 5 ปีนับจากนี้ (พ.ศ. 2556-2560)
สำหรับงบลงทุนดังกล่าวเพื่อรองรับแผนธุรกิจและการตลาดภายใน 5 ปี ของซีพีแรม ที่นับจากนี้ไปจะทำตลาดเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะโอกาสในการขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนที่เตรียมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งเหลือระยะเวลาเพียง 2 ปีกว่านับจากนี้
วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีแรม กล่าวถึงแผนธุรกิจใน 5 ปี นับจากนี้ ว่า ซีพีแรมกำลังเข้าสู่ยุคที่ 6 ภายใต้วิชัน “ครบเครื่องด้วยนวัตกรรม” ซึ่งเป็นก้าวต่อจาก 5 ยุคในช่วง 24 ปีที่ผ่านมา ที่แบ่งออกเป็นยุคแรก เป็นช่วงริเริ่มก่อสร้างธุรกิจ ยุคที่ 2 การพัฒนาธุรกิจ
จากนั้นเข้าสู่ยุคที่ 3 สู่สากล ตามด้วยยุคที่ 4 มุ่งสู่ความเป็นเลิศ และยุคที่ 5 คือ เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมย่างก้าวสู่ยุคที่ 6 นับจากนี้ไป
วิเศษ แจกแจงว่า งบลงทุนดังกล่าวจะนำไปขยายธุรกิจในเครือ ทั้งเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานเดิมที่มีอยู่ 6 แห่ง และสร้างโรงงานใหม่จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ จ.ชลบุรี นครปฐม อุบลราชธานี นครสวรรค์ สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ และนครราชสีมา เพื่อรองรับการทำตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ โดยแต่ละโรงงานจะมีแรงงานประมาณ 300 คน หรือมีพนักงานใหม่รวม 2,000 คน
“นอกจากการขยายธุรกิจภายใต้งบลงทุนดังกล่าวแล้ว บริษัทยังวางเป้าหมาย 5 ปีข้างหน้าจะมีรายได้ที่ 2 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตเท่าตัวจากปีนี้ที่มีรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท” วิเศษ กล่าว
ขณะเดียวกันบริษัทยังวางแผนสร้างครัวกลางในแต่ละจังหวัดที่มีในโรงงานด้วย เพื่อทำให้การจัดส่งอาหารในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นให้มีความรวดเร็วมากขึ้น หรือใช้เวลาขนส่งสินค้าเพียง 3 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้สามารถมีเมนูอาหารให้บริการได้ทั้งช่วงเช้า ช่วงกลางวัน และช่วงเย็น ให้กับลูกค้า เช่น ในภาคเหนือ จะมีเมนูท้องถิ่นให้บริการทั้ง 3 มื้อ เป็นต้น
พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิดให้บริการจุดจำหน่าย “ฟู้ดเซอร์วิส” ที่จะเปิดขายอาหารในเครือตามทำเลต่างๆ ทั้ง อาคาร สำนักงาน หรือมีหน่วยรถวิ่งจำหน่ายสินค้าในเครือด้วย เพื่อให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ จากการขยายกำลังการผลิตในโรงงานแห่งใหม่ คาดว่าภายใน 5 ปี จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวในทุกกลุ่มสินค้า จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต ติ่มซำ อยู่ที่ 1.8 ล้านชิ้นต่อวัน อาหารกล่อง 2.8 แสนชิ้นต่อวัน และเบเกอรี 1.4 ล้านชิ้นต่อวัน
ขณะเดียวกันยังเป็นการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับตลาดใหม่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะ 3 ประเทศเป้าหมาย คือ รัสเซีย จีน และประเทศในกลุ่มเออีซี รวมทั้งขยายฐานในตลาดเดิมที่ส่งออกไปแล้วให้มากขึ้น ได้แก่ ญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยตลาดเดิมมียอดส่งออกที่เติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศดังกล่าวจะชะลอตัวลงก็ตาม แต่ยอมรับว่ายอดรายได้อาจจะลดลงไปเล็กน้อย เนื่องจากค่าเงินในกลุ่มประเทศดังกล่าวอ่อนตัวลง
ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 25 ซีพีแรมยังได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่เพื่อปรับภาพลักษณ์สู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น ซึ่งโลโก้ใหม่ประกอบด้วยตัวอักษร “cpram” ซึ่งเป็นอักษรประดิษฐ์ขึ้น ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะและสะท้อนรูปแบบของแบรนด์ที่แสดงถึงความก้าวหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยสีที่ใช้ในโลโก้มี 3 สี คือ แดง เขียว และส้ม
เริ่มจาก สีแดง ที่แสดงถึงพลัง อำนาจ เป็นสีของดวงอาทิตย์ที่มีพลังอันยิ่งใหญ่ สีเขียว แสดงถึงธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เป็นสีของการแสดงถึงธุรกิจที่จะเติบโตไปควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม และสีส้ม แสดงถึงการมีสุขภาพดี เพราะมีความเชื่อว่าสีส้มเป็นสีของน้ำผึ้ง ซึ่งการมอบน้ำผึ้งถือว่าเป็นการมอบสุขภาพที่ดีให้กับผู้บริโภค
ขณะที่เป้าหมายรายได้รวมของบริษัทปีนี้ คาดจะอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อน และรายได้ในอนาคตจะเติบโตปีละ 15% ซึ่งสัดส่วนรายได้มาจากตลาดในประเทศ 85% และต่างประเทศ 15% มั่นใจ 5 ปีข้างหน้าจะมีรายได้ในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20%
วิเศษ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับในปี 2556 หลังจากที่รัฐบาลจะประกาศใช้นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ขณะนี้บริษัทยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้า เพราะพนักงานส่วนใหญ่มีฝีมือและมีค่าแรงงานที่สูงอยู่แล้ว ประกอบกับได้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าและเพิ่มเครื่องจักรในโรงงานด้วย จึงสามารถคงราคาสินค้าในระดับเท่าเดิม







