
BGH เครดิตคงที่ A+
บริษัท ทริสเรทติ้ง ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) ที่ระดับ “A+” ด้วยแนวโน้ม “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงความเป็นผู้นำในฐานะผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ความสามารถในการรองรับและให้บริการผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนเครือข่ายที่ขยายใหญ่ขึ้นหลังการควบรวมกับกลุ่มโรงพยาบาลพญาไท และกลุ่มโรงพยาบาลเปาโล รวมถึงคณะผู้บริหาร บุคลากร และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มีความสามารถและมากประสบการณ์ บริการที่มีคุณภาพในระดับสูง และเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน
บริษัท ทริสเรทติ้ง ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) ที่ระดับ “A+” ด้วยแนวโน้ม “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงความเป็นผู้นำในฐานะผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ความสามารถในการรองรับและให้บริการผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนเครือข่ายที่ขยายใหญ่ขึ้นหลังการควบรวมกับกลุ่มโรงพยาบาลพญาไท และกลุ่มโรงพยาบาลเปาโล รวมถึงคณะผู้บริหาร บุคลากร และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มีความสามารถและมากประสบการณ์ บริการที่มีคุณภาพในระดับสูง และเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรงจากผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการลงทุนในอนาคตที่อาจจะใช้เงินทุนจากการกู้ยืม
สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่เข้มแข็ง กระแสเงินสดยังคงแข็งแกร่งและเติบโตอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อัตรากำไรจากการดำเนินงานค่อนข้างเสถียรอยู่ที่ระดับ 20-22% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คาดว่าการทำกำไรในระยะปานกลางจะปรับตัวดีขึ้น
ภาระหนี้ของบริษัทเพิ่มขึ้นในระยะหลัง โดยเพิ่มขึ้นจาก 10,751 ล้านบาท ณ ปลายปี 2553 เพิ่มขึ้นเป็น 20,968 ล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2555 เนื่องจากได้รับเอาภาระหนี้ของกลุ่มโรงพยาบาลพญาไทและเปาโลเข้ามา และการลงทุนในโรงพยาบาลแห่งใหม่และบริษัทในเครือ บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนในช่วงปี 2555-2558 ประมาณปีละ 6,200-7,700 ล้านบาท
DELTA ขายเงินลงทุน 465 ล้านบาท
คณะกรรมการบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA มีมติอนุมัติขายเงินลงทุนในบริษัท Delta Greentech SGP Pte Ltd. บริษัทย่อยของบริษัท จำนวน 6,676,368 หุ้น คิดเป็น 54.83% ของหุ้นทั้งหมด ให้กับ Delta International Holding Ltd. ถือเป็นรายการที่เกี่ยวโยง มูลค่าทั้งสิ้น 15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 465 ล้านบาท ส่วนประโยชน์ที่บริษัทได้รับจากการขายบริษัทโฮลดิงแห่งนี้คือได้กำไรจากการลงทุน
เสี่ยปู่ขายหุ้น KAMART 0.17%
นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล (เสี่ยปู่) นักลงทุนรายใหญ่ รายงานการขายหุ้นบริษัท คาร์มาร์ท (KAMART) เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 0.17% คงเหลือจำนวน 4.84% ล่าสุดราคาหุ้นปิดที่ 6.90 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 4.17%







