
เล็งขายวุฒิศักดิ์หันลุยท่องเที่ยว
วุฒิศักดิ์ คลินิก เล็งขายกิจการมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ หวังเบนเข็มลุยธุรกิจฟาร์มท่องเที่ยวเผยปีหน้าสยายปีกประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมรุกคอสเมติกหนีคลินิกแข่งดุ
วุฒิศักดิ์ คลินิก เล็งขายกิจการมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ หวังเบนเข็มลุยธุรกิจฟาร์มท่องเที่ยวเผยปีหน้าสยายปีกประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมรุกคอสเมติกหนีคลินิกแข่งดุ
นายณกรณ์ กรณ์หิรัญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างพิจารณา 2 แนวทางการ บริหารจัดการธุรกิจในอนาคต ได้แก่ 1.การขายกิจการมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ให้แก่นักลงทุนที่สนใจโดยอยู่ระหว่างเจรจา หรือ 2.การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คาดว่าจะสรุปก่อนสิ้นปีนี้
สำหรับการวางแนวทางดังกล่าว เนื่องจากตัวเองต้องการลดบทบาทการถือหุ้นและการบริหารจัดการ เพื่อหันไปทำธุรกิจฟาร์ม ที่จ.เชียงใหม่ รวมถึงการตบแต่งรีสอร์ต สถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบล้านนา ซึ่งเริ่มดำเนินการบ้างแล้ว
“บริษัทไม่มีหนี้ เพราะยึดถือความพอเพียงตั้งแต่เริ่มต้น แต่ส่วนตัวต้องการเกษียณงานก่อนอายุ 40 ปี และต้องการทำฟาร์ม ซึ่งเป็นงานที่ชอบ” นายณกรณ์ กล่าว
ขณะที่กลยุทธ์การตลาดช่วงครึ่งปีหลังและต้นปีหน้า บริษัทจะมุ่งให้กับความสำคัญกับกลุ่มคอสเมติกเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีคลินิกเสริมความงามเปิดตัวจำนวนมากและมีการแข่งขันสูง โดยแต่งตั้ง นายธนา ลิมปยารยะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท วุฒิศักดิ์ คอสเมติก ให้เข้ามาดูแลกลุ่มคอสเมติกครบวงจรทั้งฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวรวมถึงเครื่องสำอาง
เพอเซอนอล แคร์ แอนด์ สกินแคร์ และคอสเมติก แอนด์ คัลเลอร์ ไลน์ สร้างการรับรู้ของลูกค้าให้ขยายในวงกว้าง ผ่านร้านโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ อย่าง เซเว่น อิเลฟเว่น เป็นต้น ซึ่งบริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตกว่า 100%
นอกจากนี้ ยังเตรียมงบกว่า 200 ล้านบาท สำหรับขยายสาขาวุฒิศักดิ์ คลินิก ในประเทศไทย ปีหน้า 1520 สาขา การเปิดเฮลท์คลับ 6 สาขา และร้านสปาพุทธรักษา 2 สาขา รวมทั้งวางแผนรุกธุรกิจไปยังกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในลักษณะแฟรนไชส์ร่วมกับนักลงทุนแต่ละประเทศ โดยปีหน้าจะเปิดสาขาในเวียดนาม 20 สาขา รวมทั้งลาว กัมพูชา และพม่า
ด้านภาพรวมธุรกิจความงามของไทยในปีนี้ มีมูลค่าตลาดรวม 23 หมื่นล้านบาท ขณะที่บริษัทมียอดขายในปีนี้ 4,000 ล้านบาท เติบโต 5%ซึ่งเป็นการเติบโตเท่ากับปีที่ผ่านมา







