
เสี่ยง!รอซื้อ1,260จุด
ห่วงต่างชาติทิ้งถึงพ.ย.หมื่นล. วันนี้ฟื้นปตท.สผ.เปิดกำไรหรู
ห่วงต่างชาติทิ้งถึงพ.ย.หมื่นล. วันนี้ฟื้นปตท.สผ.เปิดกำไรหรู
ต่างชาติทิ้งบอมบ์หุ้นไทยหนักสุดเอเชีย หลุด 1,300 จุด ห่วงแรงขายต่างชาติยาวถึง พ.ย. กอดเงินสดรอช้อนแถว 1,280, 1,260
ตลาดหุ้นไทยตกเป็นเป้าถล่มเจอหนักที่สุดในเอเชีย ดัชนีหุ้นดิ่งแรงถึง 19.06 จุด ก่อนฟื้นเล็กน้อยมาปิดที่ระดับ 1,295 จุด รูดลง 15.42 จุด คิดเป็น 1.18% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายปานกลาง 37,958.52 ล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติขายต่อเป็นวันที่สองร่วม 2,574 ล้านบาท แต่ยังคงซื้อในตลาดตราสารหนี้จำนวน 3,979 ล้านบาท โดยไม่สนใจตัวเลขส่งออกเดือน ก.ย. ผงกหัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้อำนวยการอาวุโส บล.โนมูระ พัฒนสิน (CNS) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรงกว่าตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาค เพราะนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นใน 3 กลุ่มหลัก คือ ธนาคารพาณิชย์ พลังงาน และสื่อสาร
“จะเห็นว่าต่างชาติขายหุ้นติดต่อกัน 2 วันแล้ว และน่าจะยังคงขายต่อในเดือนนี้จนถึงเดือน พ.ย. คาดเป็นเม็ดเงินระดับหมื่นล้านบาท ซึ่งมีโอกาสให้ดัชนีปรับฐานลงไปสู่แนวรับสำคัญที่ 1,280 จุด และถัดไปคือ 1,260 จุด” นายถนอมศักดิ์ กล่าว
สำหรับตลาดหุ้นวันที่ 25 ต.ค.นี้ ดัชนีน่าจะดีดตัวขึ้นได้ เนื่องจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) จะประกาศผลกำไรออกมาดี และยิ่งหากมีข่าวดีที่เซอร์ไพรส์ตลาด เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดี เป็นต้น ดัชนีก็อาจจะดีดขึ้นไปแรงสู่แนวต้านที่ 1,314 จุดได้
นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ไม่รู้สึกแปลกใจที่หุ้นปรับตัวลงแรง เนื่องจากตลาดขณะนี้แพงเกินไปสำหรับปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิค
อย่างไรก็ตาม การปรับฐานรอบนี้ไม่น่ากลัว เพราะยังมีข่าวดีรออยู่ ในปลายเดือน พ.ย. หรือเดือน ธ.ค. เช่น สเปนขอความช่วยเหลือทางการเงิน กรีซขอเงินช่วยเหลือรอบ 2 หรือจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
“ขณะนี้ตลาดเล่นกันอยู่บนความเสี่ยง การเก็งกำไรต้องระมัดระวัง กองทุนที่มีกำไร คงไม่รอข่าวดีในอีก 1 เดือนข้างหน้า ขายออกมาก็แค่ทำกำไร เพราะตลาดไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าตลาดแย่กว่าที่คิด การปรับตัวลงหลุด 1,300 จุด จึงไม่น่ากลัว เป็นการปรับฐานเพื่อขึ้นต่อ แต่หาก หลุด 1,260 จุด น่ากลัว จะลงไปถึง 1,200 จุด” นายกวี กล่าว
นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต คาดตลาดมีความเสี่ยงพักฐานระยะสัปดาห์ไปที่ 1,260 จุด จึงให้แค่เก็งกำไรระยะสั้นๆ เท่านั้น โดยเน้นกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะประกาศกำไรไตรมาส 3 ออกมาดี เช่น บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS)
ผู้จัดการกองทุนรายหนึ่ง กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงมาจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะสเปนที่ไม่เข้ารับความช่วยเหลือ และตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาไม่ค่อยดี
“นักลงทุนต่างชาติทยอยขายหุ้นไทยต่อเนื่อง แต่ขายแล้วไปพักอยู่ในตลาดตราสารหนี้ที่มีวอลุมเพิ่มขึ้น ชี้ให้เห็นว่าต่างชาติรอจังหวะในการเข้าลงทุนใหม่ เพราะไม่มีที่จะไปลงทุนและตลาดหุ้นไทยยังมีเงินทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) รอเข้าลงทุนในช่วงปลายปี ซึ่งต่างชาติก็รู้และอาจกลับเข้ามาซื้อดักก่อนคนไทยรอซื้อก็ได้” แหล่งข่าวเปิดเผย
นักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มยังเห็นเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชียในช่วงที่เหลือของเดือน ต.ค.







