
แบงก์โกยดอกเบี้ย-ค่าฟี
เชียร์‘ทหารไทย’พื้นฐานดีเกินคาดสินเชื่อส่งออกหด
เชียร์‘ทหารไทย’พื้นฐานดีเกินคาดสินเชื่อส่งออกหด
ธนาคารพาณิชย์ฟาดดอกเบี้ยค่าธรรมเนียมสูงมาก TMB กำไรโตเกินคาด ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย นักลงทุนทิ้งหุ้นแบงก์หนีสินเชื่อส่งออกวูบ
ธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 24.63% เป็น 45,506 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปีนี้ ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รวมถึงรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 1.62 แสนล้านบาท เติบโตถึง 19.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนธนาคารทหารไทย (TMB) มีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 674 ล้านบาท หรือ 18% ตามการขยายตัวของสินเชื่อขนาดเล็กและสินเชื่อรายย่อยไม่มีประกัน พร้อมกับการบริหารต้นทุนการเงินที่ดี ช่วยให้ส่วนต่างดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 2.82% จาก 2.49% ในช่วงไตรมาส 3 ปีก่อน
ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มีรายได้จากดอกเบี้ยสุทธิ 13,998 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 65 ล้านบาท หรือ 0.5% เทียบกับงวดไตรมาส 2 และส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิลดลงเหลือ 2.55% จาก 2.66% เพราะมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นจากต้นทุนและปริมาณเงินฝากเพิ่มขึ้น แต่ธนาคารสามารถบริหารสินเชื่อด้อยคุณภาพให้ลดลง 586 ล้านบาท เหลือจำนวน 44,758 ล้านบาท ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2555
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต กล่าวว่า ธนาคารทหารไทยกำไรดีกว่าที่คาดไว้ และแนวโน้มยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง เพราะความสำเร็จของกลยุทธ์ไม่คิดค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม ทำให้เงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันไหลเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ธนาคารมีต้นทุนการเงินลดลง บล.ธนชาต จึงต้องปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจากหุ้นละ 1.20 บาท เป็น 2.30 บาท
นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ก็แนะนำให้ “ซื้อ” TMB ให้ราคาพื้นฐาน 2 บาท และประมาณการกำไรทั้งปีนี้ไว้ที่ 5,150 ล้านบาท แต่มีโอกาสปรับกำไรขึ้นหลังส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ด้านแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มธนาคาร นายพิชัย กล่าวว่า อาจเป็นเพราะนักลงทุนเห็นสัญญาณชะลอตัวของสินเชื่อในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินเชื่อส่งออกที่ลดลงชัดเจน พลิกภาพธุรกิจจากเดิมที่คาดว่าจะดีต่อเนื่องในไตรมาส 4
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า นักลงทุนขายหุ้นธนาคารทำกำไร หลังประกาศงบไตรมาส 3 ออกมาแล้ว และโยกเงินไปเก็งกำไรหุ้นกลุ่มอื่นที่ยังไม่ประกาศงบ ขณะที่เงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่เป็นแรงผลักดันสำคัญของหุ้นธนาคารเริ่มเบาบางลง ทำให้ไม่มีแรงส่งให้หุ้นไปต่อได้
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนหุ้นธนาคาร ต้องเลือกซื้อเป็นรายตัว เพราะธนาคารที่เน้นสินเชื่อเพื่อการบริโภคราคาหุ้นปรับขึ้นมากแล้ว ส่วนหุ้นใหญ่อย่าง BBL, ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ SCB ราคาอาจไม่หวือหวา เพราะขาดแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ โดยแนะนำซื้อธนาคารกรุงไทย (KTB) ที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของสินเชื่อรัฐ







