posttoday
"ทศ" วาดยุทธศาสตร์ซีอาร์ซีกินรวบออนไลน์โกอินเตอร์

"ทศ" วาดยุทธศาสตร์ซีอาร์ซีกินรวบออนไลน์โกอินเตอร์

20 ตุลาคม 2555

การเข้าควบรวมกิจการกันระหว่าง บริษัท ออฟฟิศเมท กับสองบริษัทคือ บริษัท ออฟฟิซ คลับ (ไทย) และบริษัท บีทูเอส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือซีอาร์ซี ของกลุ่มจิราธิวัฒน์ ถือเป็นก้าวสำคัญของซีอาร์ซีอย่างมีนัยสำคัญ

การเข้าควบรวมกิจการกันระหว่าง บริษัท ออฟฟิศเมท กับสองบริษัทคือ บริษัท ออฟฟิซ คลับ (ไทย) และบริษัท บีทูเอส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือซีอาร์ซี ของกลุ่มจิราธิวัฒน์ ถือเป็นก้าวสำคัญของซีอาร์ซีอย่างมีนัยสำคัญ

นั่นคือ การประกาศก้าวสู่ธุรกิจออนไลน์และพร้อมเดินหน้าอย่างเต็มกำลังนับจากนี้ โดยมี ออฟฟิศเมท ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและระบบ เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนและนำสินค้าในกลุ่มซีอาร์ซีกระโดดสู่สมรภูมิออนไลน์ที่มีมูลค่า

ทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจออนไลน์ในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 8 หมื่นล้านบาท หากแบ่งเป็นเฉพาะธุรกิจออนไลน์ที่มีระบบจัดส่ง มีมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่แนวโน้มโลกพบว่าในอีก 12 ปีจากนี้ ธุรกิจออนไลน์อย่างอะเมซอนจะมีรายได้เกินธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่อย่างวอลมาร์ท

จากแนวโน้มดังกล่าวรวมถึงการเติบโตกว่า 100% อย่างต่อเนื่องของธุรกิจออนไลน์ในประเทศไทย ทำให้ซีอาร์ซีในฐานะผู้นำในธุรกิจค้าปลีกด้วยยอดขายทั้งกลุ่ม 1.6 แสนล้านบาทในปีนี้ จึงมองว่าธุรกิจออนไลน์จะเข้ามาต่อยอดธุรกิจค้าปลีกได้ทั้งในประเทศรวมถึงการทำตลาดทั่วโลก

สำหรับการควบรวมกิจการครั้งนี้ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนการถือหุ้นระหว่างกัน (สวอป) เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาใช้ร่วมกันในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของทั้งสองฝ่าย โดยออฟฟิศเมทจะสามารถแก้จุดอ่อนในเรื่องของสินค้าที่ไม่มีความหลากหลาย โดยมีสินค้าของซีอาร์ซีเข้ามาเสริม ขณะที่ซีอาร์ซีจะได้พัฒนาเทคโนโลยีและระบบเพื่อขยายธุรกิจค้าออนไลน์อย่างเต็มที่

หลังการควบรวมกิจการดังกล่าว ออฟฟิศเมทจะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 240 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 37.50 บาท เป็นมูลค่า 9,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนการถือครองหุ้นภายหลังจากออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนคิดเป็นอัตราส่วน 3 ต่อ 1 คือ กลุ่มจิราธิวัฒน์จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของออฟฟิศเมทที่สัดส่วน 75% ขณะที่กลุ่มตระกูลอุ่นใจและกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของออฟฟิศเมทจะถือหุ้นรวมกัน 25% คาดว่าเสร็จสมบูรณ์ปลายปี 2555 นี้

ทั้งนี้ หลังจากการควบรวมกิจการเสร็จสิ้น ภายในสิ้นปี 2555 บริษัท ออฟฟิศเมท จะมีรายได้รวมเพิ่มเป็นกว่า 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจของร้านออฟฟิศดีโป 3,200 ล้านบาท ธุรกิจบีทูเอส 3,500 ล้านบาท และที่เหลือเป็นรายได้ของออฟฟิศเมทกว่า 1,300 ล้านบาท ซึ่งหลังจากร่วมกันขยายธุรกิจคาดว่าจะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 1520% นับแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

“ปัจจุบันรายได้ทั้งกลุ่มของซีอาร์ซีอยู่ที่ 1.6 แสนล้านบาท หากธุรกิจออนไลน์สร้างรายได้แค่ 1020% ก็จะมียอดขาย 23 หมื่นล้านแล้ว และยังตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำตลาดออนไลน์ในระดับภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย เพราะปัจจุบันยังไม่มีผู้นำตลาดที่ชัดเจน” ทศ กล่าว

นอกจากตลาดในประเทศไทยแล้ว ได้วางแผนร่วมกันขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าในเครือไปยังภูมิภาคอาเซียน ภายหลังจากมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 อีกด้วย

ปัจจุบัน บริษัท ออฟฟิศเมท เป็นผู้บริหารธุรกิจจำหน่ายเครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน และสินค้าเกี่ยวกับชีวิตประจำวันผ่านระบบแค็ตตาล็อก “ออฟฟิศเมทและ Trendyday.com” โดยสั่งซื้อผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์และระบบออนไลน์ รวมถึงระบบสั่งซื้ออิเล็กทรอนิกส์เฉพาะแต่ละองค์กร (eProcurement)

ในฝั่งของซีอาร์ซีนั้น บริษัท ออฟฟิซ คลับ (ไทย) ผู้บริหารร้าน “ออฟฟิศ ดีโป” ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน และบริการธุรกิจครบวงจร และบริษัท บีทูเอส ผู้บริหารร้าน “บีทูเอส” ร้านจำหน่ายหนังสือ สื่อบันเทิง เพลง ภาพยนตร์ และเครื่องเขียนครบวงจรอันดับหนึ่งในประเทศไทยของกลุ่มจิราธิวัฒน์ ซึ่งสินค้าทั้งหมดนี้สามารถเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ได้ทันที จากนั้นจะขยายไปสู่สินค้าอื่นๆ ของซีอาร์ซีต่อไป เช่น พาวเวอร์บาย เป็นต้น

“การดำเนินธุรกิจภายหลังการรวมกิจการจะเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจตลอดจนเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพการให้บริการ และสนองตอบความต้องการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ นายวรวุฒิ จะเข้ามามีบทบาทในการผลักดันสินค้าในกลุ่มเซ็นทรัลเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์อย่างเต็มตัว เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปิดตลาดเออีซีในอีก 3 ปีข้างหน้า” ทศ กล่าว

สำหรับ วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท ออฟฟิศเมท จะดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท ออฟฟิศเมท บริหารจัดการธุรกิจหลักของทั้งสามบริษัท คือ บริษัท ออฟฟิศเมท เดิม บริษัท ออฟฟิซ คลับ (ไทย) และบริษัท บีทูเอส

ขณะเดียวกัน บริษัท ออฟฟิศเมท จะยื่นคำขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยอ้อม ก่อนที่จะย้ายเข้าซื้อขายใน Board SET ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เบื้องต้นคาดว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ น่าจะมีมติรับหุ้นสามัญใหม่ของบริษัทและสามารถทำรายการได้ภายในปลายปี 2555

หากพิจารณาช่องทางจำหน่ายทั้งสามบริษัทแล้ว จะเห็นว่าเมื่อมีการทำงานร่วมกันจะเป็นการขยายฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น โดยปัจจุบันออฟฟิศเมทมีฐานลูกค้ากว่า 1.1 แสนองค์กรธุรกิจ มีสินค้ากว่า 1.4 หมื่นรายการ ขณะที่เทรนดีเดย์ดอทคอม มีสินค้ากว่า 4 หมื่นรายการ

บริษัท ออฟฟิซ คลับ (ไทย) ผู้บริหารออฟฟิซ ดีโป ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ เครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน มีสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 38 สาขา จำหน่ายสินค้ากว่า 1.4 หมื่นรายการ และบริษัท บีทูเอส มีสินค้ากว่า 6 หมื่นรายการ จำนวนสาขากว่า 78 สาขาทั่วประเทศ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่