
ประกันอู้ฟู่สินทรัพย์พุ่ง2.3ล้านล.
ยอดขายเบี้ย7เดือนทะลัก19% เน้นอุ่นใจลงทุนความเสี่ยงต่ำ
ยอดขายเบี้ย7เดือนทะลัก19% เน้นอุ่นใจลงทุนความเสี่ยงต่ำ
ประกันคึกยอดเบี้ยพุ่งดันสินทรัพย์โตกระฉูด 2.3 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่ม 51%
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สินทรัพย์โดยรวมของธุรกิจประกันภัยในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ยังคงมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 51% มาอยู่ที่ 2,317,643 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นสินทรัพย์ธุรกิจประกันชีวิต 1,620,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% และสินทรัพย์ธุรกิจประกันวินาศภัย 696,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 253%
ทั้งนี้ ธุรกิจประกันภัยได้นำสินทรัพย์ไปลงทุน 1,728,101 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20% เป็นสัดส่วน 74% ของสินทรัพย์รวม แบ่งเป็นสินทรัพย์ลงทุนของธุรกิจประกันชีวิต 1,544,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 21% เป็นสัดส่วน 95% ของสินทรัพย์รวมของธุรกิจประกันชีวิต ส่วนสินทรัพย์ลงทุนของธุรกิจประกันวินาศภัยมี 183,547 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14% คิดเป็นสัดส่วน 26% ของสินทรัพย์รวมของธุรกิจประกันวินาศภัย
สำหรับสินทรัพย์ลงทุนส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำคือ พันธบัตร ตั๋วเงินคลัง เงินฝากธนาคาร หุ้นกู้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน และสลากออมทรัพย์ จำนวน 1,440,571 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 83% ของสินทรัพย์ลงทุน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 24% โดยลงทุนในพันธบัตรรวมตั๋วเงินคลัง) สูงสุด 996,218 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 57% ขณะที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง 287,531 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 16% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.97% โดยลงทุนในหุ้นทุนสูงสุดจำนวน 169,837 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 9.83% ของสินทรัพย์ลงทุน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.24%
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนของธุรกิจประกันภัยในตลาดตราสารหนี้ และตราสารทุน มีส่วนสำคัญในการผลักดันพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจประกันชีวิตมีการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ จำนวน 1,315,532 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 85.17% ของสินทรัพย์ลงทุนรวมทั้งสิ้น เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 24.45% โดยเป็นการลงทุนในพันธบัตร (รวมตั๋วเงินคลัง) สูงสุดจำนวน 945,792 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 61.23% ในขณะที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงจำนวน 229,023 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเพียง 14.83% และเป็นการลงทุนในหุ้นทุนสูงสุดจำนวน 123,631 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8%
สำหรับธุรกิจประกันวินาศภัย มีการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ จำนวน 125,039 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 68.12% ของสินทรัพย์ลงทุน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.44% เป็นการลงทุนในเงินฝากธนาคารฯ สูงสุดคิดเป็นสัดส่วน 28.25% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 99.23% และลงทุนในพันธบัตร (รวมตั๋วเงินคลัง) คิดเป็นสัดส่วน 27.47%
ทั้งนี้สอดคล้องกับยอดขายธุรกิจประกันภัยในช่วงเดือน ม.ค.ก.ค.ที่ผ่านมา ที่มีเบี้ยประกันภัยรวมทั้งสิ้น 311,993 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง รวมทั้งสิ้น 212,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเบี้ยประเภทสามัญมีมากที่สุด 177,841 ล้านบาท รองลงมาเป็นเบี้ยประเภทกลุ่ม 26,684 ล้านบาท
ด้านโดยเบี้ยประกันรับสูงสุด คือ การประกันชีวิตประเภทสามัญ จำนวน 177,841 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 17.80 รองลงมาการประกันชีวิตประเภทกลุ่ม จำนวน26,684 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 21.82 และการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล จำนวน 3,078 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 7.14
ธุรกิจประกันวินาศภัยมีเบี้ยรับโดยตรง 99,550 ล้านบาท ขยายตัว 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเบี้ยประกันภัยรถมีมากที่สุด 58,066 ล้านบาท ขยายตัว ร้อยละ 21.23 รองลงมาการประกันภัยเบ็ดเตล็ด 32,522 ล้านบาท และการประกันอัคคีภัย 5,961 ล้านบาท







