
เชียร์ซื้อทอง-หุ้น-บ้านตจว.
ชนะเงินเฟ้อชัวร์กอดเงินสดค่ามีแต่ลดลง กลต.ยันไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางตลาดทุน
ชนะเงินเฟ้อชัวร์กอดเงินสดค่ามีแต่ลดลง กลต.ยันไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางตลาดทุน
เงินท่วมโลก เงินเฟ้อพุ่ง แนะลดการถือเงินสด มุ่งลงทุนทอง หุ้นไทย บ้านต่างจังหวัดที่มีไฟฟ้าเข้าถึง
นายมาร์ค ฟาเบอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาร์ค ฟาเบอร์ กล่าวในงานสัมมนาการลงทุนในยุคแห่งความผันผวน : ประสบการณ์จากสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย และนัยต่อประเทศไทย ว่า ในภาวะที่ธนาคารกลางอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมานาน ทำให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้น ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงน่าลงทุนไม่ว่าจะเป็นหุ้น ทอง ถั่ว และยาง
ดังนั้น หากนักลงทุนถือเงินสดไว้ใน 10 ปีข้างหน้า จะทำให้อำนาจซื้อลดลง
นักลงทุนควรกระจายพอร์ตการลงทุนให้มีความหลากหลายประเภทละ 25% ทั้งหุ้น เงินสด อสังหาริมทรัพย์ และทองคำ เพื่อคุ้มครองเงินลงทุนหากเงินเฟ้อสูงขึ้น
นายฟาเบอร์ สนใจลงทุนในเอเชีย เพราะประเทศเหล่านี้มีการควบคุมงบประมาณที่ดี ทั้งลาว กัมพูชา พม่า และไทย เพราะมีการเติบโตแม้ว่าการส่งออกจะลดลง
“เศรษฐกิจไทยไม่ตกต่ำ ไม่บูม แต่ก็ยังไม่เติบโตในขณะนี้ จึงแนะนำให้นักลงทุนไทยซื้อทองเก็บไว้ เพราะเชื่อว่าราคาจะเพิ่มขึ้น แม้ว่าราคาทองปรับตัวขึ้นนับตั้งแต่ปี 2522-2523 เป็นต้นมา รวมถึง 3 เท่าตัวแล้วยังไม่ลดลง เพราะรัฐบาลประเทศตะวันตกยังไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่เลื่อนเวลาออกไป”
สำหรับวิธีป้องกันตัวเองในช่วงนี้ คือ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะบ้านในต่างจังหวัด แต่ต้องเป็นบ้านที่ไฟฟ้าเข้าถึง อยู่ใกล้สนามบิน และควรซื้อทอง
นอกจากนั้น นายฟาเบอร์ ยังแนะนำให้ซื้อหุ้นอาเซียน ทั้งหุ้นมาเลเซียและสิงคโปร์ รวมถึงหุ้นไทยที่ให้ผลตอบแทน 5% สูงกว่าหุ้นสหรัฐที่ให้ผลตอบแทนเพียง 2% และยากที่ดัชนีหุ้นไทยจะลดลง แม้ว่าขณะนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นมา 7085% จากจุดสูงสุดที่ 1,700 จุดแล้วก็ตาม
ด้านนายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร และ Bank Of America Merrill Lynch จัดงาน “Thai Investor Forum” นำบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 9 บริษัท ไปนำเสนอข้อมูลหรือโรดโชว์ให้กับผู้ลงทุนสถาบันที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ วันที่ 10-11 ต.ค.นี้
การโรดโชว์ครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม ร่วมให้ข้อมูลเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมของไทย โดยเรื่องนี้สำคัญเพราะต่างชาติให้ความสนใจมากถึงทิศทางการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในช่วงต่อไป
นายวิรไท กล่าวถึงแผนการโรดโชว์ในปี 2556 ว่าจะเน้นพา บจ.ขนาดกลางไปพบกับผู้ลงทุนที่มีการลงทุนในตลาดทุนไทยอยู่แล้ว ส่วน บจ.ขนาดใหญ่จะเน้นไปพบผู้ลงทุนกลุ่มใหม่ที่เพิ่งเริ่ม หรือยังไม่คุ้นกับตลาดหุ้นไทย
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปาฐกถาเรื่อง “โอกาสและความท้าทายของประเทศไทยจากการพัฒนาของประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS)” โดยมั่นใจว่าประเทศไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงตลาดทุนของกลุ่มประเทศ GMS เนื่องจากมีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตสูง







