
พอร์ตสำเร็จ ผสมเสร็จ...พร้อมเสิร์ฟ(3)
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เสิร์ฟ “พอร์ตสำเร็จรูป” จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 2 แห่ง
โดย...สวลี ตันกุลรัตน์
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เสิร์ฟ “พอร์ตสำเร็จรูป” จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 2 แห่ง ที่เลือกจะถามว่า “เกิดปีไหน หรือ อายุเท่าไร” กันไปแล้ว และในสัปดาห์นี้จะมาถามกันต่อว่า “มีเป้าหมายอะไร”
การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการวางแผนการเงิน เพราะการมีเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจนจะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น แต่เป้าหมายนั้นต้องเป็นเป้าหมายที่ SMART นั่นคือ
ต้องมีความชัดเจน (Specific)
สามารถวัดผลได้ (Measurable)
มีความรับผิดชอบและลงมือทำจริง (Accountable)
สมเหตุสมผลและมีโอกาสเป็นได้จริง (Realistic)
มีกำหนดเวลา (Time Bound)
เป้าหมายทางการเงินแบ่งอาจจะเป็น 3 ระยะ คือ
1) เป้าหมายระยะสั้น ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ซึ่งโดยมากมักเป็นเป้าหมายเพื่อตอบสนองความสะดวกสบายในอนาคตอันใกล้ เช่น ต้องการไปเที่ยวต่างประเทศในอีก 6 เดือนข้างหน้า ใช้เงิน 5 หมื่นบาท
2) เป้าหมายระยะกลาง ระยะเวลา 15 ปี มักเป็นเป้าหมายเพื่อให้ตัวเองและครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย เช่น ต้องการซื้อบ้านใหม่ในอีก 3 ปีข้างหน้า (จึงต้องเริ่มเก็บเงินเพื่อวางเป็นเงินดาวน์บ้าน) ใช้เงิน 2 แสนบาท
3) เป้าหมายระยะยาว ระยะเวลาตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ซึ่งจะเป็นเป้าหมายเพื่อให้ตัวเองและครอบครัวมีความมั่งคั่งและมั่นคงในอนาคต เช่น ต้องการมีเงินไว้ใช้ในชีวิตหลังเกษียณในอีก 20 ปีข้างหน้า จำนวนเงิน 4.8 ล้านบาท
มีเป้าหมายอะไร
อย่างที่เคยบอกไว้แล้ว คนที่มี “เป้าหมายใหญ่ ใจต้องกล้า” เพราะถ้าใจกล้าสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและมีโอกาสที่จะมีผลตอบแทนสูงๆ ได้ ซึ่งจะทำให้เงินลงทุนงอกเงยขึ้นมาได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในระยะเวลาที่ตั้งใจ
แต่ถ้ามีเป้าหมายใหญ่ แต่ใจไม่กล้าก็ต้องทุนหนาสักหน่อย เพราะการลงทุนที่มีผลตอบแทนไม่สูงต้องใช้เงินหน้าตักมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลตอบแทนได้ตามที่หวังภายในเวลาที่กำหนดไว้ หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องมีระยะเวลาลงทุนนานขึ้น เพื่อให้เงินมีโอกาสทำงานนานขึ้น
เค แพลน
กลุ่มกองทุนเค แพลน ของ บลจ.กสิกรไทย มีอยู่ 3 กองทุน
กองทุนเค แพลน 1 เป็นกองทุนตราสารหนี้ ที่จะลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศได้ไม่เกิน 20% และคาดหวังผลตอบแทน 3% ต่อปี
กองทุนเค แพลน 2 เป็นกองทุนผสม ที่จะลงทุนตราสารหนี้ 70% และหุ้นไม่เกิน 30% โดยทั้งหมดนี้จะเป็นการลงทุนต่างประเทศไม่เกิน 30% และคาดหวังผลตอบแทน 5% ต่อปี
กองทุนเค แพลน 3 เป็นกองทุนผสมเช่นเดียวกัน แต่จะลงทุนตราสารหนี้เพียง 45% และหุ้นไม่เกิน 55% โดยทั้งหมดนี้จะเป็นการลงทุนต่างประเทศไม่เกิน 30% และคาดหวังผลตอบแทน 7% ต่อปี
ยกตัวอย่าง นาย ข. มีเป้าหมายจะซื้อรถยนต์ราคา 1 ล้านบาท ภายในเวลา 5 ปี เพราะฉะนั้นถ้าเขาเลือกลงทุนกับกองทุนเค แพลน เขาจะมีทางเลือก 3 ทาง แต่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเลือกลงทุน เขาต้องประเมินการยอมรับความเสี่ยงของตัวเขาเองว่า ใจแข็งแค่ไหน
ถ้าเขายอมรับความเสี่ยงได้มาก ก็ลงทุนในกองทุนเค แพลน 3 ด้วยเงินเพียง 1.4 หมื่นบาทต่อเดือน แต่ถ้ากลัวๆ กล้าๆ ก็ขยับมาลงทุนกองทุนเค แพลน 2 โดยเพิ่มเงินออมต่อเดือนขึ้นมาเป็นเดือนละ 1.5 หมื่นบาท แต่ถ้าค่อนข้างจะกลัวความเสี่ยงก็ต้องเลือกกองทุนเค แพลน 1 โดยลงทุนเดือนละ 1.55 หมื่นบาท
เพราะฉะนั้น ถ้านาย ข. ไม่ชอบความเสี่ยง ทำใจไม่ได้ที่จะลงทุนในหุ้น จึงเลือกจะออมเงินเดือนละ 1.55 หมื่นบาท โดยลงทุนกองทุนเค แพลน 1 และเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี เงินออมของเขาจะงอกเงยขึ้นมาเป็น 1 ล้านบาท ได้ตามที่หวังไว้
แต่ถ้าเป้าหมายของนาย ข. เปลี่ยนไป โดยมีระยะเวลาลงทุนนานขึ้น ลงทุนกองทุนเค แพลน 1 เหมือนเดิม แต่นาย ข. ก็ไม่จำเป็นต้องออมเดือนละ 1.55 หมื่นบาท ถ้าเพิ่มเวลาออมเป็น 10 ปี จะใช้เงินเดือนละ 7,500 บาท หรือ 4,500 บาท ถ้าเพิ่มเวลาเป็น 15 ปี
ในขณะที่นาย ค. ซึ่งรับความเสี่ยงได้มากขึ้นและมีเวลาการออมนานพอ อาจจะเลือกลงทุนในกองทุนเค แพลน 3 ด้วยเงินลงทุนเดือนละ 3,000 บาท ระยะเวลา 15 ปี ก็มีเงินออม 1 ล้านบาท ได้เช่นเดียวกับนาย ข.
อิศรา พุฒตาลศรี ผู้บริหารกองทุนผสม ฝ่ายจัดการกองทุนผสม บลจ.กสิกรไทย บอกว่า สำหรับกองทุนกลุ่มเค แพลน ผู้จัดการกองทุนจะต้องพยายามทำผลตอบแทนให้ได้ตามเป้าหมายตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม อิศรา ยอมรับว่า ที่ผ่านมากองทุนเค แพลน 1 ได้ผลตอบแทนต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ แต่สำหรับกองทุนเค แพลน 2 และ 3 ตอนนี้ได้ผลตอบแทนเกินเป้าหมายไปแล้ว
ทหารไทยจัดทัพลงทุน
ถ้าเป้าหมายการลงทุนมีระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนานขึ้น ก็สามารถที่จะลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงได้มากขึ้น และมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นด้วย บลจ.ทหารไทย จึงออกกลุ่มกองทุนทหารไทยจัดทัพลงทุน มาเพื่อเสิร์ฟให้นักลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะเวลาต่างๆ กัน
กองทุนทหารไทยจัดทัพลงทุน มี 3 กองทุน ให้เลือกลงทุน โดยแนะนำระยะเวลาลงทุนไว้ชัดเจนว่า แต่ละกองทุนควรจะลงทุนระยะเวลาเท่าใดถึงจะเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลตอบแทนอย่างที่คาดไว้
กองทุนเปิดทหารไทยจัดทัพลงทุน ระยะสั้น มีนโยบายลงทุนหุ้นไม่เกิน 25% หรือประมาณ 5-25% ที่เหลือลงทุนตราสารหนี้ โดยมีผลตอบแทนคาดหวังอยู่ที่ 5-6% ต่อปี และเหมาะกับการลงทุนประมาณ 2-3 ปี
กองทุนเปิดทหารไทยจัดทัพลงทุน ระยะปานกลาง มีนโยบายลงทุนหุ้นไม่เกิน 45% หรือประมาณ 15-45% ที่เหลือลงทุนตราสารหนี้ โดยมีผลตอบแทนคาดหวังอยู่ที่ 7-8% ต่อปี และเหมาะกับการลงทุนประมาณ 3-5 ปี
กองทุนเปิดทหารไทยจัดทัพลงทุน ระยะยาว มีนโยบายลงทุนหุ้นไม่เกิน 85% หรือประมาณ 35-85% โดยมีผลตอบแทนคาดหวังอยู่ที่ 9-10% ต่อปี และเหมาะกับการลงทุนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
วิธีการบริหารจัดการกองทุนในกลุ่มนี้ ผู้จัดการกองทุนจะลงทุนหุ้นแบบเชิงรับ (Passive) เพื่อให้ผลตอบแทนออกมาใกล้เคียงกับดัชนี SET50 แต่สำหรับตราสารหนี้จะบริหารแบบเชิงรุก (Active) โดยลงทุนในตราสารหนี้อายุ 2-3 ปี เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี
ทีนี้ก็เหลืออีก 1 เมนู จาก 2 บลจ. ที่ต้องตั้งคำถามว่า “รับความเสี่ยงได้แค่ไหน” ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อในสัปดาห์หน้า







