
3กูรูค้านเปลี่ยนเป้าเงินเฟ้อ
กนง.ชี้นโยบายยังดี
กนง.ชี้นโยบายยังดี
วันที่สองของการสัมมนาวิชาการประจำปีของ ธนาคารแห่งประเทศไทย 2555 ไฮไลต์พุ่งเป้าไปที่การ เรื่อง นโยบายการเงินที่ใช้เป้าหมายเงินเฟ้อ ยังมีความเหมาะสมอยู่หรือไม่ หรือควรหันไปใช้เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมืองอยู่ เนื่องจากทางรัฐบาล ประธานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ รมว.คลัง เห็นว่าควรจะเปลี่ยนมาใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเป้าหมาย เพื่อช่วยกระตุ้นการส่งออก
ไว้ให้กับผู้ร่วมเสวนาร่วมกันตอบคำถาม นั่นคือ “บทบาทหน้าที่ของธนาคารกลางท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง” โดย นางอัจนา ไวความดี อดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ได้ตั้งคำถามร้อนๆ นโยบายการเงินที่ใช้เป้าหมายเงินเฟ้อยังมีความเหมาะสมอยู่หรือไม่ หรือควรหันไปใช้เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนแทน
ณรงค์ชัย อัครเศรณี กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และอดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ถ้าดูภาพเศรษฐกิจรวมที่ผ่านมาถือว่าใช้ได้ดี ดูได้จากที่มีการใช้ในการรับมือปัญหาที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่าจะเป็นปี 2551 ปี 2553 และปี 2554 ถือว่านโยบายการเงินที่ใช้เป้าหมายเงินเฟ้อนั้นใช้ได้ดี แม้จะมีต้นทุนอยู่บ้างก็ตาม
อย่างไรก็ตาม กนง.ไม่ได้ใช้เป้าหมายเงินเฟ้อเป็นสรณะเพียงอย่างเดียว และสถานการณ์การเงินโลกในปัจจุบันที่วุ่นวายมาก และจะวุ่นไปอีกนาน เพราะเงินไม่ใช่ธนบัตร หรือเงินตราเฉยๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะมีเงินในสารพัดรูปแบบ ทำให้สถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในตลาดเงินโลก ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินไทย
ฉะนั้น กนง.จึงพิจารณานโยบายการเงินด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน การปล่อยสินเชื่อ เพื่อใช้ในการตัดสินใจ กำหนดดอกเบี้ย
ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่แน่ใจว่าในทางปฏิบัติได้มีการดูแลอย่างครบถ้วนหรือไม่ แต่สำหรับนโยบายการเงินทั่วโลก รวมทั้งเราเอง ใช้เครื่องมือในการดำเนินนโยบายหลายอย่าง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
เพราะฉะนั้น ธปท.ยุคใหม่ต้องมีเครื่องมือหลายอย่างในการแก้ปัญหา
สรุปแล้วนโยบายการเงินของเรานั้น เป้าหมายหลักคือเสถียรภาพ ทั้งราคา อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ไม่ใช่ว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไม่สำคัญ มีความสำคัญ แต่สำคัญมาเป็นอันดับสอง
สำหรับบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น คิดว่าขณะนี้มีความคาดหวังต่อธนาคารแห่งประเทศไทยมากเกินไป และธนาคารแห่งประเทศไทยก็คงจะหนีความหวังที่ว่านี้ไปไม่ได้
ทั้งนี้ ความคาดหวังบางเรื่องนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้สามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่ต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ จึงจะดำเนินการในเรื่องต่างๆ ได้ ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงจะต้องหาความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นเพื่อให้งานลุล่วงไปได้ด้วยดี







