posttoday
ต่างชาติกรีธาทัพซื้อหุ้น 3.8 หมื่นล้านบาท

ต่างชาติกรีธาทัพซื้อหุ้น 3.8 หมื่นล้านบาท

21 มีนาคม 2553

ตลาดหุ้นพุ่งไม่หยุดทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในรอบ 2 ปี ท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ 19 มี.ค. ปิดที่ระดับ 774.59 จุด เพิ่มขึ้น 15.57 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิอีก 2,742 ล้านบาท

สำหรับการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่อง 19 วันทำการ ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. ก่อนตัดสินคดียึดทรัพย์ ถึงปัจจุบันวันที่ 19 มี.ค. 2553 มียอดซื้อสุทธิ 38,001.58 ล้านบาท ดัชนีปรับตัวขึ้น 74.15 จุด (ณ ดัชนีปิด 19 ก.พ. ที่ 700.44 จุด) หรือ 10.58%

อย่างไรก็ตาม การซื้ออย่างหนักของต่างชาติ แสดงว่าไม่ได้มีความกังวลต่อสถานการณ์การ เมืองไทย และภาพทัพเสื้อแดงที่ปรากฏออกมาไม่ได้มีความรุนแรง

นอกจากนี้ การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงดอกเบี้ยต่ำ และปัญหาการเงินในยุโรปได้รับการแก้ไขมีแนวโน้มที่ดี ทำให้เงินต่างชาติมั่นใจไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย รวมทั้งตลาดหุ้นไทย

เสื้อแดงข้องใจบุกตลาดหุ้น

อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 50 คน เดินทางไปชุมนุมหน้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อยื่นหนังสือกับเจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อขอคำชี้แจงว่าเหตุใดดัชนีหุ้นได้ปรับขึ้นทั้งๆ ที่การเมืองกำลังวุ่นวาย

นายอุทัย นิเทศธัญกิจ แกนนำกลุ่มพลังไทย’51 ระบุว่า อยากรู้ว่าหุ้นขึ้นมาได้อย่างไร สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจ เพราะยังมีประชาชนที่มีรายได้น้อยอยู่มาก และยังเกิดสถานการณ์ทางการเมืองร้อนแรงจึงเป็นเรื่องผิดสังเกตว่ารัฐบาลจะมีการนำเงินภาษีของประชาชนมาช้อนซื้อ

อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ยืนยันว่าหุ้นขึ้นก่อนที่จะมีม็อบเสื้อแดงและไม่เคยนำภาษีของประชาชนมาซื้อหุ้น แต่เงินที่เข้ามาเป็นนักลงทุนต่างชาติ

นางภัทรียา เบญจพลชัย ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ออกมายืนยันว่า ตลาดหุ้นขึ้นด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของตลาดและพื้นฐานเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว

ตั้งกองทุนร่วมทุนธุรกิจในไทย

ขณะเดียวกันภาพการลงทุนของต่างชาติยังมีต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อนายเชน เฮฟเฟอร์แนน ประธานผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เอเบลิ่ง เฮฟเฟอร์แนน อินเวสเมนท์ แมเนจเมนท์ อิงค์ เปิดเผยว่า อีก 34 สัปดาห์ข้างหน้า จะจัดตั้งกองทุนอาเซียนโดยระดมเงินลงทุนจากสถาบันการเงินทั่วเอเชีย 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าหมายในอีก 1 ปี จะเพิ่มขนาดกองทุนเป็น 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาร่วมลงทุนในธุรกิจของไทย ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีอนาคต

คลังยันไม่ฟ้องบริษัทมือถือ

ส่วนคดีต่อเนื่องจากคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น นายกรณ์ยืนยันว่า รัฐไม่ควรฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานไม่ถูกต้องจากบริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญา เพราะผู้ถือหุ้นของบริษัทเอกชนไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่รัฐ แต่ควรดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายกับหน่วยงานที่ทำให้เหตุการณ์ที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กำลังรวบรวมข้อมูลว่ามีหน่วยงานไหนต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นบ้าง

นอกจากนั้น แม้ผู้ถือหุ้นเอกชนจะไม่ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานที่ไม่ถูกต้องในอดีต แต่การแก้ไขสัญญาให้กลับมาถูกต้องในอนาคต เช่น การแก้ไขส่วนแบ่งรายได้สัมปทานจาก 20% มาเป็น 30% เหมือนเดิม จะส่งผลให้บริษัทมีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น ราคาหุ้นก็จะได้รับผลกระทบมีมูลค่าลดลง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยุติธรรม

สรรพากรรีดภาษีเกินเป้า 5%

ขณะที่การจัดเก็บรายได้รัฐนั้นยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร คาดว่า ในปีงบประมาณ 2553 นี้ กรมสรรพากรจะจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.12 ล้านล้านบาท โดยปัจจุบันจัดเก็บเกินเป้าแล้วกว่า 5% เบื้องต้นคาดว่าภาษีนิติบุคคลปีนี้จะดีขึ้น เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีผลประกอบการและกำไรดีขึ้นเฉลี่ยราว 40% โดยภาษีนิติบุคคลจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีสัดส่วนถึง 50% ของรายได้ภาษีนิติบุคคลทั้งหมด

ทั้งนี้ ในเดือน ก.พ. 2553 กรมสรรพากรเก็บรายได้เกินเป้าไป 11% จากปีก่อน และเมื่อรวมตั้งแต่เดือน ต.ค. 2552 ถึงเดือน ก.พ. 2553 ก็เก็บได้สูงกว่าปีก่อน 4.6% โดยภาษีที่เก็บได้เกินเป้า เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่แบ่งได้เป็นสองส่วน คือ ส่วนที่เก็บจากการบริโภคภายในประเทศ จากประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และอีกส่วนจากการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิตมากขึ้น

คนแห่โอนบ้านก่อนสิ้นมี.ค.

ผลพวงจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่จะสิ้นสุดลงวันที่ 28 มี.ค. นี้ โดยนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารอาจมีการหารือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์บางราย เพื่อตกลงช่วยเหลือค่าโอนบ้านให้กับลูกค้าหลังสิ้นสุดมาตรการในสิ้นเดือน มี.ค. เนื่องจากขณะนี้อาจมีลูกค้าบางรายที่โอนไม่ทันสิ้นเดือนนี้ โดยธนาคารผ่อนผันให้สำหรับลูกค้าที่บ้านสร้างเสร็จไปแล้ว 90% ให้โอนได้ก่อน

ด้านนายชัยนันท์ ลภิธนานุวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้ทำหนังสือถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอให้ธนาคารสามารถทำธุรกรรมจดจำนองหรือนิติกรรมสัญญาให้กับลูกค้าได้ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ เนื่องจากสำนักงานที่ดินจะเปิดทำการในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 20, 21, 27 และ 28 มี.ค. เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการโอนบ้านในช่วงนี้ ไม่มีวันหยุด แต่จนถึงขณะนี้ธนาคารยังไม่ได้รับหนังสือกลับมาจาก ธปท.ธนาคารได้คุยกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ บางรายบอกว่าหลังจากเดือนนี้ จะช่วยจ่ายค่าโอนบ้านให้กับลูกค้าในบางส่วน สำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านหลังใหม่ เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาด คาดว่าสมาคมบ้านจัดสรร และสมาคมบ้านและคอนโด จะร่วมมือกันหลังเดือนนี้ โดยที่ธนาคารไม่ต้องเข้าช่วยเหลือ

อย่างไรก็ดีคาดว่าจะสามารถโอนบ้านให้ลูกค้าได้หมด คาดว่าปริมาณสินเชื่อเดือนนี้จะมากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 3 เท่า

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่