
ลุ้นประกันต่อเพิ่มทุนน้ำท่วม
กรุงเทพฯเล็งเจรจาปลายปีนี้ มั่นใจได้แน่แผนป้องกันน้ำดี
กรุงเทพฯเล็งเจรจาปลายปีนี้ มั่นใจได้แน่แผนป้องกันน้ำดี
กรุงเทพประกันภัย เตรียมเจรจารีอินชัวเรอร์ขอเพิ่มวงเงินคุ้มครองน้ำท่วมเป็น 4,000-5,000 ล้านบาทต่อหนึ่งเหตุการณ์
นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย (BKI) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเจรจาขอเพิ่มวงเงินความคุ้มครองน้ำท่วมกับบริษัทประกันภัยต่อ หรือรีอินชัวเรอร์จากต่างประเทศ ในรอบที่สัญญาประกันภัยต่อปี 2555 จะสิ้นสุดลงในช่วงปลายปีนี้
ทั้งนี้ ต้องการที่จะได้ความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเป็น 4,000-5,000 ล้านบาทต่อหนึ่งเหตุการณ์ จากปัจจุบันได้วงเงิน 2,800 ล้านบาท ซึ่งหนึ่งเหตุการณ์ คือ เกิดน้ำท่วมติดต่อกัน 72 ชั่วโมง เป็นระดับวงเงินที่เท่ากับปี 2553 และปีก่อนหน้าที่ยังไม่เกิดน้ำท่วม ซึ่งครั้งนั้นจ่ายเบี้ยประกันเพียง 35 ล้านบาทต่อวงเงินความคุ้มครองดังกล่าว
สำหรับการเจรจาต่อสัญญากับรีอินชัวเรอร์ครั้งนี้ น่าจะได้ความคุ้มครองเพิ่มขึ้น เพราะต่างประเทศค่อนข้างมั่นใจในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลและภาคเอกชน ที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในปีนี้
รวมทั้งจากข้อมูลพบว่า ปริมาณน้ำฝนในปีนี้จะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่พายุใหญ่ไม่ได้เข้าในประเทศไทย แต่ไปไต้หวันและฮ่องกงแทน
หากปีนี้ไม่เกิดน้ำท่วมในไทย จะทำให้ต่างชาติมีความเชื่อมั่นไทยมากขึ้น และรีอินชัวเรอร์มีกำไรจากการรับประกันต่อ อาจทำให้รีอินชัวเรอร์เข้ามาแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้น และส่งผลให้อัตราเบี้ยประกันภัยลดลง
“เรายังมีความได้เปรียบตรงที่มีฐานลูกค้าจำนวนมาก ทำให้พอจะคุยกับทางรีอินชัวเรอร์ได้ ถ้าน้ำไม่ท่วมในปีนี้เขาก็มีกำไร” นายชัย กล่าว
นายชัย กล่าวว่า ปี 2555 นี้ ทางบริษัทประกันภัยต่อได้ลดวงเงินความคุ้มครองลงมาเหลือ 2,800 ล้านบาทต่อความเสียหายหนึ่งเหตุการณ์ และเพิ่มเบี้ยประกันเป็น 250 ล้านบาท ทำให้บริษัทสามารถรับประกันภัยลูกค้า หรือคุ้มครองลูกค้าได้สูงสุดเพียง 50 ล้านบาทต่อโรงงาน จากที่ลูกค้าต้องการความคุ้มครอง 100 ล้านบาท มีจำนวนมาก
นอกจากนี้ บริษัทยังต้องปรับราคาเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมขึ้นจาก 0.12-0.35% เป็น 0.24-0.50% หรือเพิ่มขึ้น 40% ซึ่งถือว่าราคาเบี้ยระดับนี้ต่ำกว่าที่กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติขาย
“ถือว่าเราให้ความคุ้มครองต่อรายสูงที่สุดแล้วในตลาด บริษัทอื่นๆ เขาคุ้มครองแค่ 10-20 ล้านบาทต่อรายเท่านั้น” นายชัย กล่าว
นายชัย กล่าวว่า สำหรับราคาเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมอาจจะลดลงได้บ้าง แต่ไม่สามารถบอกได้ เพราะในปี 2554 บริษัทได้วงเงินความคุ้มครอง 4,000-5,000 ล้านบาทต่อหนึ่งเหตุการณ์ แต่ความเสียหายที่ได้รับสูงถึง 7,000 ล้านบาทต่อหนึ่งเหตุการณ์ ทำให้บริษัทประกันภัยต่อขาดทุน และมีการจำกัดวงเงินความคุ้มครองในปีนี้เหลือเพียง 2,800 ล้านบาทต่อเหตุการณ์ ทำให้บริษัทขายความคุ้มครองได้ลดลง จากที่ไม่จำกัดทุนประกัน ได้ลดความคุ้มครองเหลือรายละ 50 ล้านบาทต่อโรงงาน







