posttoday
เอกชนต่อรองประกันภัยพิบัติ

เอกชนต่อรองประกันภัยพิบัติ

04 กันยายน 2555

ยื่นเงื่อนไขไม่ส่งเงินเข้ากองทุนถ้าขายได้ต่ำกว่าเบี้ยที่กำหนด

ยื่นเงื่อนไขไม่ส่งเงินเข้ากองทุนถ้าขายได้ต่ำกว่าเบี้ยที่กำหนด

สมาคมประกันวินาศภัยเสนอแก้เกณฑ์การรับประกันภัยพิบัติ ถ้าขายได้ต่ำกว่าเบี้ยที่กำหนด ไม่ขอส่งทำประกันต่อเข้ากองทุนฯ

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 ก.ย. สมาคม และคณะอนุกรรมการกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ จะสรุปข้อเสนอใหม่ในการขายประกันภัยพิบัติ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกองทุนพิจารณา ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่กำหนดเบี้ยไว้ 1% ของวงเงินความคุ้มครองทรัพย์สินที่ทำประกันอัคคีภัย และอุตสาหกรรมที่กำหนดเบี้ยไว้ 1.25% ถ้าขายได้ในอัตราเบี้ยที่ต่ำกว่าจะไม่ขอส่งเข้ากองทุนในทุกทุนประกันภัย และสามารถที่จะเพิ่มความคุ้มครองเป็น 50% ได้ทุกทุนประกันภัย จากที่กองทุนกำหนดไว้ว่าจะขยายได้ต้องมีทุนประกันขั้นต่ำ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป

“ถ้าปลดล็อกเรื่องทุนประกันขั้นต่ำ 1,000 ล้านบาทออกไปได้ จะทำให้บริษัทประกันภัยสามารถขายประกันน้ำท่วมปกติในวงเงินทุนประกันเท่าไหร่ก็ได้ จากปัจจุบันที่กองทุนกำหนดให้เราคุ้มครอง 1 หมื่นบาท แล้วที่เหลือต้องส่งเข้ากองทุน และประกันภัยพิบัติก็เช่นเดียวกัน ในเรื่องของการจำกัดความรับผิดชอบขั้นต่ำสามารถที่จะขยายเพิ่มตามความสามารถของบริษัทประกันภัยแต่ละแห่ง” นายจีรพันธ์ กล่าว

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานคณะกรรมการ กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการกองทุนจะมีการประชุมในวันที่ 7 ก.ย.นี้ และยินดีที่จะพิจารณาอนุมัติตามที่คณะอนุกรรมการเสนอ เพราะกองทุนจัดตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริม ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อบังคับธุรกิจประกันภัย โดยปัจจุบันอัตราเบี้ยประกันต่ำลงมากเมื่อเทียบกับเบี้ยที่กองทุนกำหนด ทำให้ผู้ประกอบการยังไม่เข้ามาทำประกันภัยกับกองทุน

นอกจากนี้ อาจจะมีการพิจารณาปลดล็อกเรื่องที่จะต้องส่งเข้าทำประกันภัยต่อกับกองทุนขั้นต่ำ 30% โดยให้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และพิจารณาถึงการแยกความคุ้มครองขาย จากปัจจุบันที่กองทุนกำหนดไว้ต้องขายรวมเป็นแพ็กเกจ คือ พายุ แผ่นดินไหว และน้ำท่วม อาจให้เลือกซื้อได้ จะได้ไม่เป็นภาระหากผู้ประกอบการมองว่ามีระบบป้องกันความเสี่ยงได้

นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนมีความมั่นใจมากขึ้นจากการป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล จึงต้องการให้ผ่อนคลายเรื่องการจำกัดวงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 30% ของประกันภัยทรัพย์สิน แต่จะขอให้พิจารณาที่อัตราเบี้ยประกันภัยเป็นหลัก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แสดงให้เห็นความเชื่อมั่นของทางบริษัทประกันภัยต่อที่มีต่อประเทศไทยด้วย

นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย (BKI) เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาเบี้ยประกันภัยพิบัติที่บริษัทขายอยู่ที่ระดับ 0.240.5% บริษัทจึงไม่ส่งประกันภัยต่อไปยังกองทุน เพราะราคาเบี้ยประกันภัยต่ำกว่าของกองทุนที่กำหนดไว้ 11.25% เช่น ทุนประกันภัย 1,000 ล้านบาท ต้องจ่ายเบี้ยประมาณ 12.5 ล้านบาท ถือว่าแพง

“ดูแล้วเห็นว่าปีนี้น้ำไม่น่าท่วมหนัก เพราะลูกค้ามีการสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมเสร็จถึง 90% และปริมาณฝนตกน้อยกว่าที่คาดหมายไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 40% จากปีที่ผ่านมา แต่ ณ วันนี้น้ำไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก และผู้บริหารจัดการน้ำได้บทเรียนจึงมีการป้องกันน้ำท่วมได้ดีกว่าเดิม” นายชัย กล่าว

นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพยประกันภัย (TIP) กล่าวว่า ถือว่ากองทุนได้ทำสำเร็จไปในระดับหนึ่งที่สามารถดึงให้เบี้ยประกันภัยพิบัติลดลงต่ำกว่าที่กองทุนกำหนด เพราะบริษัทประกันภัยต่อกลัวจะเสียลูกค้า จึงเข้ามาเสนอราคาเบี้ยประกันภัยที่แข่งขันกับกองทุน เพราะมองว่าพื้นที่อุตสาหกรรม หรือพื้นที่ไข่แดงทางเศรษฐกิจ มีการสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมที่ทำให้มั่นใจว่า หากมีน้ำท่วมเกิดขึ้นจะไม่ท่วมพื้นที่ไข่แดงทางเศรษฐกิจเหมือนปีที่ผ่านมา

“ตอนนี้คนยังซื้อประกันภัยพิบัติเข้ามาไม่มาก เพราะยังไม่ครบสัญญา จะมีเข้ามามากช่วงเดือน 3 เดือนสุดท้าย ซึ่งล่าสุดที่ คปภ.แจ้งไปอยู่ที่ 9.29 หมื่นราย วงเงินความคุ้มครอง 9,426 ล้านบาท เบี้ยรวม 65 ล้านบาท แต่คาดว่าถึงสิ้นปีนี้จะมีผู้ทำประกันเข้ามา 7.2 แสนราย วงเงินความคุ้มครอง 3.29 แสนล้านบาท เบี้ยประกันภัยราว 3,577 ล้านบาท โดยวันที่ 7 ก.ย.นี้ก็จะเสนอชื่อบริษัทประกันภัยต่อที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาให้ทำประกันภัยต่อไปยังต่างประเทศได้ตามที่ที่ปรึกษาประกันภัยเสนอ” นายประเวช กล่าว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่