
มาลองเลี้ยงเงินกันดีกว่า
พาดหัวตัวโตขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไปหลายฉบับเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ไม่ว่าจะเป็นพิษสุนัขบ้าในกระต่าย หรือสุนัขวิ่งไปกัดคนข้างบ้านหรือเจ้าของก็ยังมี ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่าถ้าเช่นนั้นเราควรจะเลี้ยงสิ่งใดดี
พาดหัวตัวโตขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไปหลายฉบับเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ไม่ว่าจะเป็นพิษสุนัขบ้าในกระต่าย หรือสุนัขวิ่งไปกัดคนข้างบ้านหรือเจ้าของก็ยังมี ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่าถ้าเช่นนั้นเราควรจะเลี้ยงสิ่งใดดี
สำหรับผมตอบได้โดยไม่ต้องคิดเลยว่า เลี้ยง “เงิน” สิครับ ซื่อสัตย์ จริงใจ มีวินัย และตรงเวลา ที่สำคัญรักเจ้าของ
หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่า “เลี้ยงเงิน” คืออะไร เพราะสำนึกของพวกเราเกือบทุกคนถูกสร้างขึ้นมา “เงิน” คือสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ฉะนั้นเงินจึงไม่ใช่สินค้าทั้งที่ในความเป็นจริงภายใต้ระบบเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism) ในยุคปัจจุบันเงินยังกลายเป็นสินค้าในการซื้อขายเก็งกำไร
ทว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนคงไม่ไปค้าเงินกับเขา สู้ปรับวิธีคิดหันมาเลี้ยงเงินให้เงินสร้างกำไรให้งอกเงยดีกว่า แต่ก่อนที่เราจะหันมาเลี้ยงเงิน เราต้องเข้าใจนิสัยของเงินก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้นิสัยของมัน ทำให้มันไม่อยากอยู่ด้วย และเมื่อมีโอกาสก็จะติดปีกบินไปหาคนที่เข้าใจมากกว่าเรา
ฉะนั้น สิ่งสำคัญประการแรกก็คือต้องเข้าใจนิสัยของเงินว่าเงินจะอยู่กับคนที่รู้จักคุณค่าของมันเท่านั้น ไม่ใช่คนที่สุรุ่ยสุร่าย ใช้จ่ายสิ้นเปลือง
สอง เงินนั้นชิงชังบัตรเครดิต ยิ่งมีมากก็ยิ่งทำให้มันขยาด และยิ่งถ้ารูดปรื๊ดรูดปรื๊ดจนทำให้มันไม่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ในการสร้างผลตอบแทน และสุดท้ายเงินก็จะติดปีกบินหายไปจากชีวิตของคุณ
สาม เงินชอบคนฉลาดที่ใช้มันทำงานอย่างถูกที่ ถูกเวลา ไม่ลงทุนเกินตัวและมีองค์ความรู้ในการลงทุนระดับหนึ่ง ที่สำคัญต้องเป็นคนที่หมั่นศึกษาและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
สุดท้าย เงินจะมีลักษณะขยันและอดทน ชอบทำงานหนัก อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่ว่าแดดออก ฝนตก เช้า หรือค่ำ เราจะไม่ได้ยินเสียงปริปากของเงินเลย เพราะเงินมีหน้าที่ในการสร้างผลตอบแทนให้กับเราอย่างซื่อสัตย์และตรงต่อเวลา
เมื่อเรารู้และเข้าใจนิสัยของเงินแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาเลี้ยงเงินซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลย นั่นก็คือ นำเงินไปลงทุนเพื่อแปลงสภาพให้เป็น “ห่านทองคำ” โดยเลือกสถานที่เลี้ยงเงินหรือฟาร์มเลี้ยงเงินที่เหมาะสมกับบุคลิกภาพและการรับความเสี่ยงของเรา
สำหรับมือใหม่หัดขับ แนะนำเลยว่าการออมเงินในลักษณะของเงินฝากประจำจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะความเสี่ยงต่ำ สร้างผลตอบแทนชัดเจนแน่นอน ยิ่งปัจจุบันสถาบันการเงินจำนวนไม่น้อยต่างก็พยายามพัฒนาโปรดักต์ใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนโดนใจลูกค้า ทำธุรกรรมก็สะดวก ฉะนั้นการนำเงินมาเลี้ยงในรูปแบบของเงินฝาก จึงเหมาะสำหรับเจ้านายที่รับความเสี่ยงได้น้อยมากและไม่ต้องการความท้าทาย
แต่ถ้าต้องการประโยชน์หลายด้าน ทั้งผลตอบแทนที่สูง หักภาษี และสามารถคุ้มครองชีวิต ก็ควรเอาไปเลี้ยงในบริษัทประกันชีวิตโดยมุ่งเน้นไปที่การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งก็จะดีไปอีกแบบ ได้ทั้งดอกเบี้ย ทั้งยังสามารถลดหย่อนภาษี ที่สำคัญยังได้ประกันชีวิต เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน การมีกรมธรรม์สักฉบับอย่างน้อยก็เป็นหลักประกันให้กับคนที่อยู่ข้างหลัง
บางคนอาจจะรู้สึกว่าการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ให้ผลตอบแทนที่ช้าและไม่ทันใจ ผมแนะนำให้ท่านนำเงินไปเลี้ยงที่กองทุนรวม หุ้นกู้ ฯลฯ การนำเงินมาเลี้ยงที่นี่เหมาะสำหรับเจ้านายที่ยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกองทุนรวมมีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง LTF, RMF ซึ่งได้ประโยชน์หลายด้าน ทั้งในเรื่องการลดหย่อนภาษี ผลตอบแทนในรูปการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล (สำหรับบางกองทุน) หรือส่วนต่างของราคาที่เราซื้อกับที่เราขาย แต่ขอเตือนนะครับว่า High Risk High Return คือ ความเสี่ยงสูง โอกาสที่จะได้ผลตอบแทนก็อาจจะสูง แต่ต้องไม่ลืมว่ากรณีดังกล่าวจะมีความผันผวนสูงเช่นกัน โอกาสที่จะขาดทุนก็มีมากด้วย
ฉะนั้น การจะนำเงินไปเลี้ยงที่ไหนก็ควรที่จะมีความรู้และรอบคอบสักหน่อย แต่หากคุณได้มืออาชีพที่ใส่ใจ ไว้ใจได้ ยืนเคียงข้าง ความเสี่ยงย่อมที่จะลดลง ในขณะที่โอกาสความสำเร็จจะสูงมากขึ้น
หากสนใจการวางแผนการเงิน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายธนบดีธนกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 02-680-3333







