
กสทฯแสบอีกลือเอื้อเอกชนรวบข่ายเน็ต
แฉพิรุธ กสทฯ เอื้อ “เอกชนยักษ์ใหญ่” ครองงานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบผูกขาดเกือบ 100% แค่ปี 2555 กินรวบไม่ต่ำพันล้าน อ้างใช้ยี่ห้อเดิมเชื่อมระบบเข้าเงื่อนไข “วิธีพิเศษ” แถมให้อำนาจแต่ง “นอมินี” รับงานเบ็ดเสร็จ ชี้ผิด กม.ฮั้วหลายกระทง
แฉพิรุธ กสทฯ เอื้อ “เอกชนยักษ์ใหญ่” ครองงานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบผูกขาดเกือบ 100% แค่ปี 2555 กินรวบไม่ต่ำพันล้าน อ้างใช้ยี่ห้อเดิมเชื่อมระบบเข้าเงื่อนไข “วิธีพิเศษ” แถมให้อำนาจแต่ง “นอมินี” รับงานเบ็ดเสร็จ ชี้ผิด กม.ฮั้วหลายกระทง
แหล่งข่าวจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการร้องเรียนไปยังที่ต่างๆ ถึงความผิดปกติเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (IP Network) ต่างๆ ของบริษัท กสท โทรคมนาคม โดยได้ตั้งข้อสังเกตว่า มีเอกชนรายหนึ่งได้รับงานที่เกี่ยวกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในลักษณะผูกขาดเกือบ 100% ใน กสทฯ โดยผ่านการจัดซื้อจัดหาโดยวิธีพิเศษมาโดยตลอด และใช้เหตุผลด้านเทคนิคว่าต้องใช้อุปกรณ์ของเอกชนรายเดิม ทั้งที่บางโครงการไม่มีความเกี่ยวข้องหรือมีความจำเป็น
“ทุกวันนี้อุปกรณ์เครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ IP Network ถึงยี่ห้อจะแตกต่างกัน แต่ก็สามารถเชื่อมต่อผ่านตามมาตรฐานทั่วๆ ไป เช่น อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตามบ้าน (ADSL) ไม่ว่ายี่ห้อใดก็ต้องเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้” แหล่งข่าวเปิดเผย
นอกจากนี้ ที่น่าจับตามอง คือ การเปิดประกวดราคาโครงการซื้ออุปกรณ์ CATTHIX Capacity Expansion Bangkok Site and Nonthaburi Site จำนวน 1 ระบบ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. วงเงินกว่า 1,690 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ยื่นราคาเพียง 2 ราย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนอมินีของบริษัทยักษ์ใหญ่ดังกล่าว
“โครงการนี้จะเซ็นสัญญากันในวันที่ 25 ส.ค.ซึ่งมีกระแสว่า ฝ่ายการเมือง ได้ค่าหัวคิวถึง 30% และ จะมีอีกหลากหลายโครงการที่จะใช้วิธีการส่อไปในทางที่เชื่อว่าไม่น่าจะสุจริตแบบนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาทภายในปี2555นี้"แหล่งข่าว กล่าว
แหล่งข่าวกล่าว อีกว่า เรื่องนี้จะส่งให้ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไปตรวจสอบการประมูลดังกล่าวต่อไปเนื่องจากน่าจะเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ อาทิ พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ มาตรา 12 (ฮั้วประมูล)
ทั้งนี้เนื่องจากในการประกาศประกวดราคา ของโครงการนี้ มีข้อกำหนดระบุในข้อ 2.8 ว่าผู้เสนอราคาจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทผู้ผลิตหรือสาขาของบริษัทผู้ผลิตซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น และข้อ 2.9 ระบุว่า ผู้เสนิราคาจะต้องแสดงเอกสารการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตหรือสาขาของบริษัทผู้ผลิตซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
แหล่งข่าวอธิบายต่อไปอีกว่า จากข้อกำหนด 2 ข้อดังกล่าวหมายความว่า ผู้ยื่นประกวดราคาต้องได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทผู้ผลิต หรือสาขาผ็ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งหมายถึงว่า ผู้ที่จะเป็นผ็กำหนดว่า ใครสามารถเข้าทำกระบวนการอีอ๊อคชั่นในโครงการนี้ได้ จะถูกกำหนดโดยบริษัทผู้ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดทางด้านเทคนิคระบุด้วยว่า อุปกรณ์ รุ่น แบบและยี่ห้อต้องเป็นของเอกชนรายเดิมอย่างชัดเจน เมื่อเป็นเช่นนี้เท่ากับว่าเอกชนรายนั้นสามารถกำหนดผู้แพ้ชนะในการประมูลได้แต่เพียงผู้เดียว โดยที่ทาง กสท ไม่มีสิทธิ์ในการพิจารณา
“เอกชนรายนี้สามารถกำหนดว่าใครจะเข้าเสนอราคาได้หรือไม่ และสามารถกำหนดราคา และผู้ชนะได้อีกด้วย ซึ่งเข้าข่ายความผิดต่อการผูกขาดหรือกีดกันการเสนอราคา ที่เอกชนไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะที่เป็นบริษัทต่างชาติ” แหล่งข่าว กล่าว







