posttoday
ลั่นดีเดย์2พ.ย.พร้อมรบน้ำอัดลม

ลั่นดีเดย์2พ.ย.พร้อมรบน้ำอัดลม

21 สิงหาคม 2555

นับแต่บริษัท เสริมสุข เข้าไปอยู่ภายใต้เครือข่ายบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม

นับแต่บริษัท เสริมสุข เข้าไปอยู่ภายใต้เครือข่ายบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม

ล่าสุด สมชาย บุลสุข ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสุข นำทีมผู้บริหารอันประกอบด้วย ฐิติวุฒิ์ บุลสุข กรรมการผู้จัดการ และปริญญา เพิ่มพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและปฏิบัติการขาย ประกาศความชัดเจนถึงก้าวต่อไปของเสริมสุขนับจากนี้

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจใหม่นั้น เสริมสุขจะมุ่งสู่วิสัยทัศน์การเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพ ภายใต้สโลแกน “เสริมสุข เติมสุขทุกโอกาส” ซึ่งเป็นการเติมสุขจากภายในสู่ภายนอก อันประกอบไปด้วย องค์กร สินค้า ลูกค้า และสังคม โดยเริ่มจากการเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ทั้งองค์กร โลโก้ใหม่ การเปลี่ยนวิธีการทำงาน

ที่สำคัญคือ การประกาศชู 4 เสาธุรกิจหลัก เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่วิสัยทัศน์การเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ยั่งยืน นั้นคือ 1.การขยายตลาดน้ำดื่ม ด้วยผลิตภัณฑ์น้ำดื่มคริสตัล 2.การขยายตลาดเครื่องดื่มไม่อัดลม 3.การเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม และ 4.การเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม

“ทั้งสี่ขาธุรกิจต้องสมดุลกัน เพื่อให้ไม่ต้องพึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง”

ลั่นดีเดย์2พ.ย.พร้อมรบน้ำอัดลม

 

สำหรับการลุยขยายตลาดน้ำดื่มคริสตัลนั้น มุ่งสู่ความเป็นผู้นำตลาดน้ำดื่มกว่า 2 หมื่นล้านบาทภายใน 2 ปีนับจากนี้ หลังจากวางตลาดมานานกว่า 19 ปี โดยปัจจุบันครองตำแหน่งอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 14% ขณะที่อันดับ 1 มีส่วนแบ่งประมาณ 20% ซึ่งจากส่วนแบ่งที่ไม่ทิ้งห่างกันมากนัก เสริมสุขมั่นใจว่าเป้าหมายที่วางไว้ไม่ไกลเกินเอื้อม

ธุรกิจขาที่ 2 นั้น จะขยายตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่อัดลมให้แข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับโออิชิ การเป็นผู้จัดจำหน่ายลิปตันไอซ์ที และการมองหาโอกาสเข้าซื้อแบรนด์เครื่องดื่มไม่อัดลมที่มีศักยภาพในตลาด

ต่อด้วยธุรกิจที่ 3 คือ การเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม โดยดึงจุดแข็งขององค์กรจากศักยภาพในระบบการจัดจำหน่ายสินค้าที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมร้านค้า ร้านอาหารกว่า 2 แสนแห่งทั่วประเทศ หน่วยรถกว่า 1,200 คัน มาใช้อย่างเต็มที่ และพร้อมเปิดกว้างรับสินค้าที่ต้องการผู้จัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง

ขณะที่ธุรกิจที่ 4 นับเป็นก้าวสำคัญ นั่นคือ การเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง หลังจากหมดสัญญากับเป๊ปซี่ในวันที่ 1 พ.ย. 2555 สินค้าของเสริมสุขพร้อมจะอวดโฉมในวันที่ 2 พ.ย.แน่นอน

“จนถึงวันที่ 1 พ.ย. เรายังทำตลาดให้เป๊ปซี่เต็มที่ และหลังจากนั้นจะเป็นครั้งแรกที่เสริมสุขจะผลิตและจำหน่ายน้ำอัดลมแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งจะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเสริมสุขและนวัตกรรมใหม่ของตลาดน้ำอัดลม”

ฐิติวุฒิ์ กล่าวว่า การตัดสินใจทำตลาดน้ำอัดลมครั้งนี้ เนื่องจากมั่นใจในจุดแข็งด้านเครือข่ายการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า รวมถึงประสบการณ์ 59 ปี ที่ทำให้เป๊ปซี่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยมาแล้ว ประกอบกับตลาดน้ำอัดลมที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 3.8 หมื่นล้านบาท และที่สำคัญหากเป็นสินค้าของบริษัทเองจะไม่มีข้อจำกัดในการทำตลาด มีอิสระและมีโอกาสสร้างกำไร

“ที่ผ่านมาเราติดกับตัวเอง ชีวิตน้ำอัดลม 7-8 ปีไม่เคยได้ขึ้นราคา กำไรน้ำอัดลมแค่ 2-3% แต่หากเราเริ่มทำใหม่จะเป็นโอกาสใหม่ที่เพิ่มกำไรได้จากนวัตกรรมใหม่ๆ” สมชาย กล่าวย้ำ

ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2555 บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 1,205.9 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นคือ การลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร มีกำไรสุทธิ 859.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 289.2%

“นี่เป็นบทพิสูจน์โมเดลธุรกิจใหม่ขององค์กรว่า เสริมสุขมาถูกทางแล้ว” ฐิติวุฒิ์ กล่าวปิดท้าย

หลังวันที่ 2 พ.ย.ปีนี้ สมรภูมิตลาดน้ำอัดลมจะแข่งขันดุเดือดกว่าเดิมแน่นอน เพราะถึงเวลาเอาคืน แต่จะได้หรือไม่ต้องใช้ฝีมือเป็นเครื่องพิสูจน์

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่