
เลื่อนติดเอ็นจีวีแท็กซี่
โพสต์ทูเดย์
— โครงการติดเอ็นจีวี รถแท็กซี่ส่อเลื่อนไปถึงเดือน พ.ค. เหตุสเปกอุปกรณ์ไม่ผ่านมาตรฐานนายชุมพล ฐิตยารักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกวดราคาอุปกรณ์และถังเอ็นจีวี เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการที่ยื่นข้อเสนอที่จะจำหน่ายอุปกรณ์และถังเอ็นจีวีให้กับโครงการปรับเปลี่ยนถังก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เป็นก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ในรถแท็กซี่ เนื่องจากพบว่าการเสนอราคาและสเปกของถังเอ็นจีวี และอุปกรณ์ติดตั้ง ยังไม่ตรงกับร่างสัญญาที่กำหนดไว้ เช่น มีแต่รายละเอียดของตัวถัง แต่ขาดอุปกรณ์ย่อย อุปกรณ์หลักบางรายไม่ตรงกับคุณสมบัติที่กำหนดไว้ เป็นต้น
ทั้งนี้ กระทรวงจะให้เวลากับผู้ประกอบการ 3 วันในการยื่นอุทธรณ์ เพื่อชี้แจงรายละเอียด ถ้าพบว่าการชี้แจงไม่เป็นที่พอใจก็อาจจะต้องมีการปรับปรุงร่างสัญญาหรือทีโออาร์ใหม่ให้รัดกุม จึงตอบไม่ได้ว่าจะเปิดประมูลใหม่หรือไม่
นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานกรรมการสหกรณ์แท็กซี่สยาม กล่าวว่า โครงการล่าช้าเนื่องจากติดขัดระเบียบราชการที่จะต้องประกวดราคาผ่านระบบอีออกชัน ซึ่งพบว่าผู้ที่ยื่นเสนอราคากลัวจะแข่งราคาไม่ได้จึงลดมาตรฐานอุปกรณ์ลง มาเกรงว่าจะแข่งในเรื่องราคาไม่ได้ จึงยอมลดมาตรฐานอุปกรณ์ลง ส่งผลให้ไม่ตรงกับร่างทีโออาร์ที่กำหนดไว้
“
ในฐานะที่เป็นกรรมการประกวดราคาถังเอ็นจีวีและอุปกรณ์ฯเท่าที่ตรวจสอบ พบว่า ผู้เสนอ 7 รายไม่ผ่านข้อเสนอทางเทคนิค จึงไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดแล้วจะต้องเปิดประมูลกันใหม่หรือไม่”นายวิฑูรย์กล่าวนายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการปรับเปลี่ยนถังก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เป็นก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ในรถแท็กซี่ ขณะนี้ได้เปิดให้ยื่นซองประมูลจัดซื้อถังเอ็นจีวีและอุปกรณ์ติดตั้ง โดยมีผู้สนใจยื่นเข้ามา 7 ราย หลังจากนี้จะตรวจสอบคุณสมบัติก่อนเปิดให้ประกวดราคาทางอิเล็คทรอนิกส์(อีอ๊อกชั่น) เพื่อคัดเลือกให้เหลือรายที่เหมาะสม ส่วนการติดตั้งจะเปิดให้กับอู่ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมขนส่งทางบกเข้ามาดำเนินการ ซึ่งปัจจุบนมีอยุ่ 7080 แห่ง โครงการนี้คงจะเริ่มได้เดือน พ.ค.นี้ ล็อตแรก 1.5 หมื่นคัน ถ้าได้รับการตอบรับดีจะต่อล็อตสองอีก 1.5 หมื่นคันคัน ตั้งเป้าติดตั้งเอ็นจีวีใหกับรถแท็กซี่ 3 หมื่นคัน ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1,200 ล้านบาท ระยะเวลา 9 เดือน ซึ่งควรจะเริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2552 แต่ต้องเลื่อนออกไป คาดว่าน่าจะเริ่มติดตั้งได้จริงในเดือนพ.ค.นี้
ในช่วงแรกจะเริ่มติดตั้งให้กับรถแท็กซี่ล็อตแรก 1.5 หมื่นคันก่อน ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเจ้าของรถแท็กซี่ หากได้รับการตอบรับดีจะเริ่มในล็อตที่2 อีก 1.5 หมื่นคันต่อไป







